Design Kitchen & Home

ไอเดียแต่งบ้านสวยโทนอบอุ่นของคุณโมส เจ้าของเพจ Mom Diary

Spread the love

หลังจากที่ติดตามการแต่งบ้านในแบบฉบับของคุณแม่โมส ผ่านทางเพจ Mom Diary มาก่อนหน้านี้ ในที่สุดเราก็มีโอกาสได้มาเยี่ยมเยียนบ้านหลังสีขาวที่แสนจะเรียบง่ายและอบอุ่นหลังนี้ ประตูรั้วถูกเปิดเอาไว้เหมือนรอต้อนรับแขกที่กำลังเดินทางมาถึง…น้องพิกเซล ลูกชายของคุณโมสและคุณแนค วิ่งออกมาทักทายพวกเราด้วยความสดใสร่าเริง พร้อมเอ่ยคำทักทายก่อนจะเชื้อเชิญด้วยเสียงเล็กๆ ว่า “เข้ามาในบ้านก่อนครับ”

บ้านเดี่ยวหลังมุมนี้ถ้ามองจากภายนอกคงไม่มีอะไรต่างไปจากรูปแบบของบ้านจัดสรรทั่วไป เรียบง่ายสไตล์โมเดิร์น จอดรถได้ 2 คัน และมีสเปซด้านข้างไว้สำหรับปลูกต้นไม้ทำสวน ทว่าการตกแต่งภายในกลับให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเอง ทั้งยังสะท้อนคาแรกเตอร์และความชอบของเจ้าของบ้านได้อย่างชัดเจน น้อยแต่มาก(ในรายละเอียด)

“ก่อนหน้านี้เราอยู่เป็นครอบครัวใหญ่ที่บ้านของคุณแนค และบ้านตัวเองก็อยู่ละแวกนี้เหมือนกัน พอตัดสินใจจะซื้อบ้านหลังใหม่จึงเลือกทำเลใกล้ๆ ที่สามารถไปมาหาสู่ทั้ง 2 ครอบครัวได้ โจทย์แรกคือไม่อยากได้หมู่บ้านที่ติดกับถนนใหญ่ พอดีโครงการนี้อยู่เข้ามาในซอยและมีถนนตัดใหม่ที่เชื่อมกับการเดินทาง มีสิ่งอำนวยความสะดวก บวกกับดีไซน์และโทนสีของบ้านที่เป็นสีขาว สีน้ำตาล ที่สำคัญคือยังมีหลังริมว่างอยู่ เพราะเราอยากได้พื้นที่ด้านข้างกว้างๆ ถ้ามีพื้นที่ไว้ปลูกต้นไม้สีเขียวบ้างก็น่าจะสบายตา แล้วพิกเซลเองจะได้มีสเปซวิ่งเล่นด้วย บรรยากาศก็ค่อนข้างเงียบ เป็นส่วนตัว จึงตัดสินใจเลือกบ้านหลังนี้” คุณโมสเริ่มต้นเล่าถึงที่มาที่ไปให้เราฟัง

“เคยคิดว่าถ้าวันหนึ่งมีบ้านของตัวเองก็อยากทำแบบที่เราชอบ เริ่มต้นจากเราทำเพจ คิดถึงญี่ปุ่น ญี่ปุ่นน่ารัก ก่อนที่จะมาทำเพจ Mom Diary เหมือนเราได้ไปเที่ยวมาหลายที่ ได้เห็นไอเดียต่างๆ มันก็ซึมซับมาเอง แล้วเราก็นำหลายๆ ส่วนที่ชอบมารวมกัน ถ้าจะบอกว่าบ้านเรามีกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นก็น่าจะใช่ เราค่อยๆ ทำค่อยๆ ต่อเติมโดยโมสจะเขียนแบบเองทั้งหมดว่าตรงไหนอยากได้อะไร ตกแต่งยังไง ใช้ดินสอกับกระดาษวาดให้ช่างแล้วค่อยมาปรับขนาดหน้างานให้ลงตัวอีกที”

ถ้าการตกแต่งและเลือกเฟอร์นิเจอร์เข้าบ้านเปรียบเสมือนการต่อจิ๊กซอว์เราก็คงต้องเลือกชิ้นส่วนที่ใช่เพื่อให้ได้ภาพที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งคุณโมสได้ต่อเติมส่วนที่ขาดและจัดสรรสเปซในบ้านให้ลงตัว “เดิมพื้นที่ชั้นล่างก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว มีห้องนอน 1 ห้อง  1 ห้องน้ำ ห้องเก็บของเล็กใต้บันได และส่วนลิฟวิงรูมที่เปิดโล่งต่อเนื่องกับสเปซที่ออกแบบไว้ให้เราทำห้องครัว เราปรับห้องนอนให้เป็นห้องของเล่นของพิกเซล เพราะตอนนี้เขายังเล็กและนอนกับเราอยู่ ส่วนชั้นบนมีทั้งหมด 3 ห้องนอน ใช้เป็นห้องทำงาน 1 ห้อง เริ่มแรกเราทาสีผนังในบ้านใหม่ทั้งหมดจากสีเหมือนควันบุหรี่ให้สว่างขึ้นเป็นสีขาวออกครีมๆ ให้ความรู้สึกสบายตา ผสมผสานกับงานไม้ที่มีทั้งโทนสีเข้ม-อ่อนสลับกันไป รื้อพื้นเดิมออกเปลี่ยนเป็นกระเบื้องลายไม้สีอ่อนๆ บ้านจะได้ดูกว้างไม่อึดอัด”

“เราต่อเติมพื้นที่หลังบ้านให้เป็นห้องครัวกับห้องเก็บของที่ต่อยาวออกไปจนสุดรั้วข้างบ้าน จริงๆ มีห้องเก็บของเล็กอยู่ใต้บันได แต่ว่าที่บ้านของเยอะ เราทำงานโปรดักชันและเดินทางบ่อย มีกระเป๋าใบใหญ่ๆ เสื้อกันหนาวที่ต้องเก็บใส่กล่องไว้ หรือของที่ไม่ค่อยได้ใช้เลยคิดว่าต้องมีสเปซไว้เก็บของเหล่านี้เพื่อให้บ้านไม่รก ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย และส่วนที่เว้นไว้ให้เราทำห้องครัวในบ้านมีขนาดไม่ใหญ่มากเราจึงทำเป็นมุมกาแฟของคุณแนค มีเคาน์เตอร์เล็กๆ ไว้สำหรับล้างแก้ว ทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ แล้วต่อเติมห้องครัวออกไปเพื่อรองรับการใช้งานได้มากขึ้น กว้างขึ้น เพราะเราทำกับข้าวให้ลูกทานเอง”

แม้ว่าครัวที่ต่อเติมจะมีขนาดเพียง 5.5×1.8 เมตร หรือประมาณ 10 ตารางเมตร แต่ก็สามารถใช้งานได้สะดวกสบายคล่องตัว “โจทย์คือเราอยากได้ครัวที่รองรับการทำอาหารไม่หนักมาก ทอปเคาน์เตอร์เลือกเป็นลามิเนตกันน้ำลายไม้ ออกแบบให้มีความหนากว่าขนาดปกติทั่วไป บางคนอาจจะเลือกเป็นทอปหินเพราะดูแข็งแรงทนทานกว่า แต่เราไม่ได้ทำอาหารหนักทุกวัน ทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ เวลาตำน้ำพริกก็ไม่ทำบนเคาน์เตอร์อยู่แล้ว ซึ่งช่างเขาก็บอกว่าจริงๆ แล้วลามิเนตก็มีความแข็งแรงทนทานเหมือนกัน

“ช่างที่เราเลือกมาเขาเป็นคนทำงานเรียบร้อยแต่ไม่ถนัดออกแบบ เราก็โอเคไม่เป็นไรเพราะเราออกแบบเองอยู่แล้ว อย่างดีไซน์หรือวัสดุหน้าบานต่างๆ ก็เลือกเอง ถึงแม้ว่าเราจะคุมโทนบ้านเป็นสีขาวกับงานไม้แต่ก็ไม่ได้เป็นขาวล้วนทั้งหมด จะมีลูกเล่นเป็นเท็กซ์เจอร์ลายไม้บ้าง ส่วนฟังก์ชันใช้งานเราก็นำประสบการณ์จากบ้านเก่ามาปรับใช้ เช่น เลือกซิงก์ที่มีขนาดใหญ่ อย่างบ้านเก่าพอซิงก์เล็กวางอะไรก็เต็ม ใช้งานไม่ถนัด ต้องหยิบจานชามมาวางไว้ข้างบนก่อน แต่นี่สามารถทำทุกอย่างได้ในซิงก์เลย ส่วนตู้แขวนด้านบนที่ปกติมักจะทำเป็นหน้าบานหลอกเราก็ออกแบบให้ใส่ของได้จริง ไว้เก็บของที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน เช่น เครื่องปั่นอาหารของลูกสมัยเป็นทารก ชุดจานชามที่ยังไม่ได้ใช้ ใต้เคาน์เตอร์ก็ออกแบบให้มีลิ้นชักและช่องสำหรับใส่ของเพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บในครัว”

นอกจากนี้คุณโมสยังออกแบบให้มีมุมซักล้างและเพิ่มแสงสว่างให้ห้องครัวนี้อีกด้วย “โมสตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกเพราะเห็นไอเดียจากญี่ปุ่น เราอยากได้ครัวที่มีแสงสว่างจากธรรมชาติ ด้านบนจึงออกแบบให้เป็นหลังคาโปร่งใสแล้วทำเป็นมุมซักล้างเล็กๆ มีราวตากผ้าที่ดึงเก็บได้ เอาไว้ซักชุดว่ายน้ำ เสื้อผ้าพิกเซลที่ใส่มาเลอะแล้วต้องรีบซักตัวสองตัว ผ้าขี้ริ้วหรืออะไรเล็กๆ น้อยๆ ที่ซักแล้วตากตรงนั้นได้เลย ครัวก็มีแสงสว่างตลอดทั้งวัน ไม่มืดและดูไม่อับทึบ” คุณโมสอธิบายเพิ่มเติมถึงการออกแบบห้องครัว

“เฟอร์นิเจอร์ที่โมสออกแบบเองส่วนใหญ่จะเป็นแบบลอยตัว เช่น ตู้ในห้องน้ำ ตู้วางทีวี ชั้นวางของ เราค่อยๆ ทำค่อยๆ เติมไปเรื่อยๆ ชิ้นเล็กชิ้นน้อยก็วาดแบบไปให้ช่าง บอกขนาด แล้วเลือกว่าเราอยากได้วัสดุอะไรเพื่อให้ลงตัวกับบ้านที่สุด ซึ่งเราไม่ได้อยากบิลต์อินทั้งหมด อย่างที่ญี่ปุ่นเขาแทบจะไม่บิลต์อินเลยด้วยบ้านเขามีแผ่นดินไหว มีภัยพิบัติ และเราคิดว่ามันดูน้อยดีไม่แน่นจนเกินไป

“ตอนเราอยู่บ้านเก่าทุกอย่างบิลต์อินหมด พอวันหนึ่งเรารู้สึกอยากปรับหรือเปลี่ยนก็ค่อนข้างยาก แต่บางอย่างที่ควรจะบิลต์อินไปเลยก็มีอย่างตู้หลังโต๊ะทานข้าว เราบิลต์อินใหม่แต่ดีไซน์ให้ดูกลมกลืนเหมือนออกแบบมาพร้อมกับบ้าน นอกจากนี้ยังจัดวางของตกแต่งเพื่อเพิ่มเรื่องราวให้กับบ้าน ผนังตรงบันไดที่เป็นสเปซว่างๆ เราก็ติดภาพครอบครัวที่ถ่ายไว้ มีต้นไม้จัดวางไว้ตามมุมต่างๆ ในบ้านและสวนด้านนอกบ้าน เพื่อเพิ่มสีเขียวให้บ้านมีชีวิตชีวา มองดูแล้วสบายตา ซึ่งบ้านเราก็จะคุมโทนสีขาวกับงานไม้ โมสว่ามันให้ความรู้สึกเรียบๆ ดูอบอุ่นๆ”

“หลังจากทำบ้านเสร็จก็เป็นอย่างที่เราตั้งใจไว้ เพราะเราออกแบบเอง เลือกทุกอย่างเองทั้งหมด โมสจึงเขียนรายละเอียดต่างๆ ในการตกแต่งบ้านหลังนี้แล้วแชร์ลงในเพจ Mom Diary ที่เปรียบเสมือนสมุดบันทึกเรื่องราวของเราอยู่แล้ว ไว้เป็นไอเดียให้กับคนที่เขาสนใจและอยากจะแต่งบ้านเหมือนกัน ซึ่งจริงๆ แล้วเพจนี้ความตั้งใจคืออยากถ่ายทอดเรื่องราวและสิ่งต่างๆ รอบตัวในมุมมองคุณแม่คนหนึ่ง” คุณโมสกล่าวทิ้งท้าย ก่อนจะหันไปชวนคุณแนคและน้องพิกเซลที่กำลังวาดรูปเล่นพร้อมเปิดเพลงร้องคลอไปเบาๆ ระหว่างที่รอเราสัมภาษณ์ให้มาถ่ายรูปด้วยกัน

‘เรียบง่ายและอบอุ่น’ เราว่าน่าจะเป็นคำจำกัดความที่เหมาะสมลงตัวกับครอบครัวดาวจรัสแสงชัยที่ตกแต่งบ้านหลังนี้ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว


Spread the love

You Might Also Like...