Design Kitchen & Home

ไอเดียรีโนเวททาวน์เฮาส์ กลายเป็นบ้านสวยน่าอยู่มาก



Spread the love

ไอเดียรีโนเวททาวน์เฮาส์ กลายเป็นบ้านสวยน่าอยู่มาก

บ้านโมเดิร์นคลาสสิคสีขาว หลังนี้ดูโดดเด่นและทันสมัยกว่าสิ่งปลูกสร้างในละแวกใกล้เคียง แทบไม่น่าเชื่อว่าก่อนหน้านี้เคยเป็น ทาวน์เฮาส์เก่ามาก่อน ดีไซน์ภายนอกอาจเป็นบ้านที่ดูเรียบนิ่ง แต่ภายในกลับซ่อนรายละเอียดน่าสนใจเอาไว้หลายจุด ทั้งเรื่องของแสงที่ออกแบบให้มีวอยด์ตรงกลางเพื่อแก้จุดอับแสง รวมถึงการเปิดพื้นที่ให้เป็น Open Space เน้นความโปร่งสบาย สามารถใช้งานในแต่ละพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง เป็นการแก้ปัญหาเนื้อที่ใช้สอยของทาวน์เฮาส์ที่มีข้อจำกัดแบบเดิมๆ ออกไป

ผลงานการรีโนเวตบ้านพักอาศัยของเขาเอง คุณจ้า-คิริน ชัยชนะ นักออกแบบและตกแต่งภายในที่เปิดบริษัทเป็นของตัวเองภายใต้ชื่อ Kirin Design & Living โดยให้ที่นี่เป็นทั้งบ้านและที่ทำงานประกอบกับต้องการขยับขยายครอบครัว เพื่อรองรับกับจำนวนสมาชิกและตอบโจทย์ความต้องการในการใช้งานเพิ่มเติม

“ผมตัดสินใจย้ายจากบ้านเดิมที่เป็นตึกแถว เพราะโรงเรียนลูกอยู่ใกล้บ้าน เดินทางสะดวก อีกอย่างอพาร์ทเมนต์ของที่บ้านแฟนก็อยู่ตรงนี้ แล้วทาวน์เฮาส์หลังนี้ก็เป็นของแม่แฟนที่ปล่อยให้เช่า เราเลยบอกว่าถ้ามาอยู่ที่นี่ก็น่าจะดี ใกล้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับงานและลูก หลังจากนั้นผมก็เข้ามาดูว่าโครงสร้างตึกเดิมเป็นอย่างไร แล้วเดี๋ยวเราค่อยมาเปลี่ยนโฉมมันอีกที

เพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในบ้านด้วยการทำสวนด้านข้าง เททรายแทนการปลูกหญ้า นอกจากจะดูแลง่ายแล้ว ยังให้เด็กๆ เล่นทรายได้จากมุมนี้
คุณจ้า, คุณหลิง น้องคีณ และน้องณิริน

เดิมบ้านหลังนี้เป็นทาวน์เฮาส์หน้าตาโครงสร้างเหมือนบ้านข้างๆ แต่ผมรีโนเวตจนดูไม่ออกแล้วว่ามันคือแบบเดียวกัน แนวคิดการออกแบบบ้านนี้เป็นเรื่องของการใช้สอยมากกว่า ส่วนสไตล์ตามมาทีหลัง

คอนเซ็ปต์หลักๆ น่าจะมาจากฟังก์ชันของทุกคนในบ้าน เราจะทำอย่างที่บ้านหลังเก่าไม่มี อย่างบ้านหลังเก่าเป็นตึกแถวห้องเดียว พื้นที่มันเล็กกว่านี้มาก แสงไม่มี ผมเลยทุบให้เป็นกระจกทั้งหมด เพื่อให้ได้แสงเยอะๆ ในตอนกลางวัน อีกอย่างตึกแถวมีพื้นที่ไม่เพียงพอให้เด็กวิ่งเล่น ผมออกแบบที่นี่ให้เป็น Open Space สามารถวิ่งเล่นได้ เพราะบ้านหลังเดิมตำแหน่งของห้องนั่งเล่นกับห้องทานข้าวอยู่กันคนละชั้น เวลาเด็กเล่นแล้วเราอยู่ในครัว มันทำให้เรามองไม่เห็นลูก เลยเป็นโจทย์ที่อยากทำให้บ้านใหม่สามารถตอบโจทย์ให้กับทุกคน”

พื้นที่ชั้นสองมีเนื้อที่ใช้สอยภายในบ้านกว้างมากขึ้น ด้วยการเปิดสเปซให้มีการใช้งานได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีผนังกั้นห้องอีกต่อไป

“ก่อนหน้านี้พื้นที่ภายในถูกซอยเป็นห้องเล็กห้องน้อย เลยตั้งใจให้ชั้นนี้เป็นทุกอย่างทั้งนั่งเล่น มุมเด็ก ทานข้าว ห้องครัว ผมเลยวางตำแหน่งโต๊ะทานข้าวให้คอนเน็กกับครัว ถัดไปเป็นมุมทำงาน อีกโซนหนึ่งเป็นมุมนั่งเล่น ดูทีวี ใกล้ๆ กันเป็นมุมสำหรับเด็ก โทนสีของชั้นนี้กำหนดให้มี 3 สี ขาว ดำ ทอง แซมด้วยสีส้ม และเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว เพราะเราทำงานเกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์อยู่แล้ว อยากเปลี่ยนเรื่อยๆ ไปตามซีซั่น อีกอย่างผมทำสตูดิโอด้วยสามารถถ่ายเทของพวกนี้ไปยังสตูให้เช่าถ่ายรูปได้”

นอกจากจะแก้ปัญหาในเรื่องสเปซแล้ว สภาพเดิมของตึกที่เป็นทาวน์เฮาส์ มีจุดบกพร่องในเรื่องแสงสว่างไม่เพียงพอ จึงออกแบบให้มีวอยด์ตรงกลาง เปลี่ยนจากผนังทึบให้เป็นกระจกรอบด้าน เพื่อให้แสงสว่างส่องเข้ามาภายในบ้านได้เต็มที่

“ตำแหน่งเดิมของบันไดชั้น 2 ขึ้นไปยังชั้น 3 ไม่ได้อยู่ตรงตำแหน่งที่เห็นตรงนี้ ผมสร้างขึ้นมาใหม่ คือย้ายจากตรงโซฟาด้านโน้น เพราะอยากให้บันไดอยู่ตำแหน่งเดียวกัน เพื่อเจาะเป็นโถงสูงและให้แสงส่องลงมาจากด้านบนที่ทำเป็นสกายไลท์ ถ้าเราไม่ย้ายตำแหน่งจุดที่ใส่รองเท้าตรงนั้นจะมืดเลย ส่วนดีไซน์บันไดอยากได้โปร่งๆ ไม่อยากได้ที่เป็นบันไดแบบตรงๆ เลยให้ช่างเขาพับเหล็กเป็นปีกออกมา ราวกันตกดีไซน์ให้ดูนิ่งๆ น้อยๆ แต่ขอให้มันดูเก๋นิดหนึ่ง ก็เลยพ่นสีทอง เพราะธีมบ้านเราเป็นขาว ดำ ทองอยู่แล้ว”

ด้านบนทำสกายไลท์ทำให้ได้ช่องแสงที่ส่องสว่างลงมาถึงโถงชั้นล่าง

โครงสร้างที่เห็นอยู่นี้เป็นของเก่าทั้งหมด เนื่องจากยังใช้งานได้ มีบางส่วนที่ดีไซน์ขึ้นใหม่เพื่อลบร่องรอยความไม่สวยงามอย่างเช่น เสากลม หรือซุ้มประตูโค้ง

“ที่เราเก็บโครงเก่าเนื่องจากช่วยประหยัดและมันยังใช้งานได้ ถ้าทุบทำใหม่ก็จะมีค่างานโครงสร้าง ค่าวิศวกร อีกอย่างเรามีหัวเรื่องรีโนเวต อยู่แล้ว คือผมชอบวิธีดัดแปลงมากกว่าสร้างใหม่ รู้สึกสนุกดี เป็นบ้านที่ทำตามใจตัวเองล้วนๆ ถึงแม้เราจะทำงานตกแต่งมาเยอะก็จริง เป็นงานดีไซน์ของเราที่ผสมกับความชอบของคนอื่น แต่พอเป็นบ้านเราเองนั่นก็ไม่ได้แปลว่าจะต้องตู้ม ยัดทุกอย่างเข้าไป เพราะสุดท้ายเราก็ต้องมาเลือกว่าเราชอบอะไรอยู่ดี จริงๆ เราชอบจัดพรอพ เปลี่ยนของบ่อย เลยเป็นที่มาว่าทำไมอยากได้เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวหมดเลย อย่างบ้านหลังนี้ถูกใจด้วยงบ เราทำแบบเซฟคอร์ส อันไหนที่ควรลงทุนก็ลงทุน บางอย่างไม่ต้องแพงก็ได้ พยายามใช้ทั้งของถูกและของแพงผสมกัน

ห้องครัวอยากได้ดีไซน์ที่มีหน้าตาเหมือนบ้านฝรั่ง ไม่ได้ดูโมเดิร์นมาก มีความเป็นคอนเทมฯ หน่อยๆ เลยออกมาเป็นครัวแบบมีหน้าบานลูกฟักสีขาว ส่วนมือจับเลือกของ Zara home ที่เป็นสีทอง เพื่อให้ดูพรีเมียมขึ้น ส่วนไอส์แลนด์ใช้สีดำเข้ามาตัด เพราะอยากให้ดูเด่นชัดขึ้นมากลางบ้าน มีดีเทลตรงที่ครึ่งหนึ่งเป็นหินเรียบอีกครึ่งหนึ่งเป็นหินลาย และที่แท่นสีทองๆ จริงๆ ไม่ได้มีฟังก์ชันอะไรพิเศษเลย แค่คิดว่าถ้าใส่แล้วจะเท่ดี หรือเสาอยู่ดีๆ อยากหุ้มกลมก็หุ้มเลย หรือซุ้มประตู หรือตรงเครื่องดูดควัน ซึ่งท่อปล่อยควันไม่มีทางไป เพราะมันติดคานตรงประตูเราเลยต้องทำกล่องสีขาวเหนือเครื่องดูดควันขึ้นมา ผมว่าถ้าจะมีกล่องทำอย่างไรให้ดูมีดีไซน์ก็เลยทำลูกน้ำคลาสสิคขึ้นมาแล้วแปะลงไป ผมรู้สึกว่าตอนหลังๆ ถ้าฟังก์ชันเราจบแล้ว ที่เหลือผมจะรู้สึกเหมือนวาดรูป อยากดีไซน์หรือเติมอะไรก็เติมให้มันสวยแค่นั้นเอง”

ส่วนการใช้งานในครัว คุณจ้าบอกเพิ่มเติมว่า

“เป็นฟังก์ชันเบสิคทั่วไป ซึ่งครัวนี้สามารถทำครัวหนักได้เลย ผมไม่ได้กลัวเรื่องกลิ่น มันเป็นกลิ่นหอมของอาหาร เดี๋ยวเดียวกลิ่นก็หายไปแล้ว เราเลยไม่ได้ทำครัวปิดเพื่อแยกฟังก์ชันออกไป แต่ผมจะแคร์กับเรื่องความสวยงามในการเก็บของมากกว่า อะไรที่มันไม่สวยเราอยากเก็บไว้ในตู้ให้หมด ผมอยากมีบ้านที่เวลาเราใช้ชีวิตจริงๆ แล้วยังสวยอยู่ ไม่ใช่บ้านโมเดิร์นที่พอมีอะไรรกๆ แล้วไม่สวย ผมชอบบ้านที่รกและยังสวยอยู่ เลยพยายามเอาของที่ไม่สวยเก็บในตู้ให้ได้มากที่สุด”

การรีโนเวตจากสิ่งปลูกสร้างหนึ่งที่เคยทรุดโทรมให้กลายเป็นบ้านหลังใหม่ โดยยังคงใช้โครงสร้างเดิมก็สามารถตอบสนองการใช้ชีวิตให้กับเจ้าของบ้านได้ไม่ต่างจากการลงมือสร้างบ้านใหม่ หากเรารู้ความต้องการและรูปแบบความชอบที่จัดเจนผ่านมุมมองและกระบวนการคิดของนักออกแบบ เราก็จะได้ที่พักอาศัยที่ดีที่สามารถตอบโจทย์ในทุกๆ เรื่องให้กับครอบครัวได้เช่นกัน

เจ้าของ คุณจ้า-คิริน ชัยชนะ และคุณหลิง-ณิชรัตน์ ชัยสงวนจิระกุล
พื้นที่ใช้งานครัว 80 ตารางเมตร
 


Spread the love

You Might Also Like...