Anyamanee Cafe and Roastery คาเฟ่ที่สะท้อนงานสถาปัตยกรรมจากผลเลมอนเปรี้ยวจี๊ด

เรื่องเล่าการเดินทางของคาเฟ่แห่งนี้เริ่มต้นจากเชฟโอ๊ค-พลสิน พลัสสินทร์ และภรรยาหลงใหลการปลูกเลมอนมากเป็นพิเศษ พลิกโฉมที่เปล่าด้วยการลงมือทดลองปลูกเลมอนหลักร้อยต้น ซึ่งใช้คนเพียงไม่กี่คน ด้วยความหวังที่ทั้งคู่ก็ยังไม่มั่นใจว่าจะไปต่อได้หรือไม่ 

จากสวนเลมอนสู่คาเฟ่ที่เป็นอัญมณีแห่งสมุทรปราการ

กว่าจะกลายเป็นสวนเลมอนเขียวชอุ่มเต็มไปด้วยผลเลมอนสมบูรณ์ขนาดนี้ พวกเขาใช้เวลานานถึง  3 ปี จากไอเดียที่ต้องการปลูกบ้านหลังใหม่ในสวนเลมอนกลับถูกปรับเปลี่ยนเป็นคาเฟ่ เพราะต้องการทำให้ผืนดินแห่งนี้สร้างอีโคโนมิกได้ด้วยตัวเอง ซึ่งใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างคาเฟ่นานถึง 2 ปี เรียกว่ากว่าจะเสร็จสมบูรณ์ใช้เวลาทั้งหมด 5 ปี “อัญมณีคาเฟ่แอนด์โรสเตอรี่” จึงนับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายที่ไม่ควรพลาด เพราะที่นี่เสมือนอัญมณีเม็ดงามเม็ดใหม่ของจังหวัดสมุทรปราการที่ถูกซุกซ่อนอยู่

การออกแบบคาเฟ่แห่งนี้เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเชฟโอ๊ค-ภรรยา และคุณวิน (เรวินทร์ อธิกิจ) Interior Designer ต้องการทำให้ภาพลักษณ์ของอัญมณีคาเฟ่มีคอนเซ็ปต์ที่ชัดเจน โดยผสมผสานระหว่างสไตล์อิตาเลียนและเฟรนช์อยู่ด้วยกันท่ามกลางสวนเลมอน

เชฟโอ๊คอธิบายเกี่ยวกับแนวคิดของที่นี่ไว้ว่า ผมกับแฟนไปอิตาลีทุกปี เราเก็บเกี่ยวความชอบจากการเดินทางท่องเที่ยว นอกจากจะชอบสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว ยังสะสมงานเซรามิกและภาพเพนต์จากที่สะสมไว้กว่า 10 ปี นำมาตกแต่งอยู่ที่นี่ด้วย จะเรียกว่าเป็น Personal Museum แห่งหนึ่งก็ได้ เพราะอยากใส่ความเป็นตัวตนของเราลงไป เพื่อสื่อถึงความเป็นบ้าน แต่การทำคาเฟ่ธีมแบบนี้ยังไม่เคยมีใครทำ ดังนั้นการที่เราจะทำงานลักษณะแบบนี้ออกมาเป็นที่แรกก็ต้องทำให้ดี เลยใช้เวลาในการคิดเยอะมาก ด้วยความที่ทุกอย่างมีองค์ประกอบและรายละเอียดเยอะ เราไม่มีทางทราบได้เลยว่าจะสามารถคุมคอนเซ็ปต์ได้ไหม

“เราใช้เวลานานถึง 2 ปีในการก่อสร้างรวมถึงการตกแต่ง เพราะกว่าจะรวบรวมเป็นงานดีไซน์ออกมา ไม่ใช่ว่าใส่ทุกอย่างแล้วจบ ตรงนี้จะมีอินทีเรียดีไซเนอร์คอยคุมภาพรวม เพราะเราอยากให้ลูกค้าทุกคนที่เข้ามารู้สึกเหมือนได้ไปต่างประเทศจริงๆ”

แนวคิดการออกแบบ Luxury Barn House ที่ผสมผสานความหรูหราและความอบอุ่น

หลังจากคุณวินได้รับโจทย์จึงกำหนดคอนเซ็ปต์และทิศทางในการออกแบบเป็น Luxury Barn House “เราดีไซน์คาเฟ่ด้วยการใส่ความเป็นลักซ์ชัวรีเข้าไปก็จริง แต่ดึงเอารายละเอียดของสไตล์ยุโรปในส่วนของแพตเทิร์นบางอย่างมาใช้ เช่น พื้น การจบขอบบัว หรือการใช้สีสันสดใส เพื่อให้งานดีไซน์ดูป๊อปอัพขึ้นมา แต่ยังคงรู้สึกโฮมมี่ เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกไม่เคอะเขินเมื่อเดินเข้ามา รวมถึงการวางเลย์เอาต์และแปลนนิงพยายามทำให้ลูกค้าทุกเจนฯ สามารถอยู่ร่วมกันได้”

โซนนิงภายในคาเฟ่ถูกแบ่งกันอย่างชัดเจน ตั้งแต่โซนกลาสเฮาส์ ออกแบบด้วยการเปิดผนังและเพดานเป็นกระจกใส เปิดรับแสงแดดได้อย่างเต็มที่ ช่วยให้มองเห็นวิวทิวทัศน์ภายนอกชัดเจน เพื่อให้ได้วิวใกล้ชิดธรรมชาติ โซนถัดมาคือ Communal Table เป็นโต๊ะไม้ขนาดยาวรองรับจำนวนกลุ่มครอบครัว ต่อด้วยโซนเลานจ์กับโทนอุ่นๆ ที่สร้างความรู้สึกผ่อนคลาย

พื้นที่ภายในยังมีทางเดินนำไปสู่โรงคั่ว และห้องทำเบเกอรี่ และห้องไพรเวตโซน ซึ่งทางอินทีเรียดีไซเนอร์ต้องการสื่อให้เห็นถึงความเป็นงานฝีมือ อยากให้ลูกค้าได้เห็นห้องสำหรับการคุกกิง ห้องสำหรับการคั่วเมล็ดกาแฟ เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ สร้างความใกล้ชิดระหว่างลูกค้ากับบริบทของคาเฟ่

“เราพยายามนำเอาไกด์ไลน์บางอย่างเข้ามาช่วยในงานออกแบบ แล้วใส่ความเป็นตัวตนของเชฟโอ๊คและภรรยาลงไป บวกกับการนำความเปรี้ยวอมหวานจากสวนเลมอนที่ทั้งคู่ชอบผสมรวมกัน อย่างตรงผนังที่ดูไม่เรียบมันคือเสน่ห์ของ Barn House เพื่อให้ดูเป็น Craftsmanship ซึ่งสื่อในตัวเองอยู่แล้ว”

การออกแบบและเลือกเฟอร์นิเจอร์ให้เข้ากับคอนเซ็ปต์

การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์เข้ามาตกแต่งมีทั้งงานเก่าและสั่งทำขึ้นใหม่ อย่างเก้าอี้หวายบริเวณโซนกลาสเฮาส์เชฟโอ๊คบอกว่ากว่าจะได้โทนสีและเก่าได้แบบนี้ใช้เวลาพอสมควร เพราะต้องการเฟอร์นิเจอร์สไตล์ยุโรปในรูปแบบที่ดูเก่าเหมือนผ่านการใช้งานมานาน นอกจากงานเฟอร์นิเจอร์แล้วเรายังสามารถเห็นดีไซน์ที่ดูอ่อนช้อยได้จากแผงเหล็กที่ทางคุณวินออกแบบให้เป็นใบไม้ ลามไปถึงโคมไฟด้านบน รับกับช่อง Arch เพื่อให้เข้ากับคอนเซ็ปต์ Barn House มีความอ่อนช้อยแต่ก็ขณะเดียวกันก็ยังมีความลักซ์ชัวรี

ส่วนสีหลักๆ ที่ใช้นอกจากสี Sand แล้วยังเพิ่มความสดด้วยโทนสีเขียวโอลีฟ เพื่อเสริมให้พื้นที่เกิดความรู้สึกอบอุ่นและดูโอ่อ่าไปพร้อมกัน ซึ่งคุณวินตั้งใจออกแบบมู้ดแอนด์โทนเพื่อให้ลูกค้าสามารถพักผ่อน และเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศที่ชวนผ่อนคลายท่ามกลางสวนเลมอน และยังมีของสะสมจากเชฟโอ๊คและภรรยาที่นำมาตกแต่งตามมุมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานเซรามิกหรือเฟรมรูปที่ถูกจัดวางแบบแรนดอมตรงผนัง

ความพิถีพิถันในการสร้างสรรค์เมนูจากวัตถุดิบคุณภาพ

นอกจากเรื่องของสถาปัตยกรรมที่วางมาตรฐานไว้ค่อนข้างสูงแล้ว อีกหนึ่งความตั้งใจของเชฟโอ๊คและภรรยาก็คือ อาหารและเครื่องดื่มก็ถูกออกแบบไว้อย่างละเอียดลออด้วยเช่นกัน เนื่องจากไม่อยากให้ลูกค้าเพียงแค่ผ่านไป พิถีพิถันตั้งแต่วัตถุดิบ กรรมวิธีที่เป็นโฮมเมดเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ทั้งยังนำผลเลมอนจากสวนที่ปลูกเองมาคั้นเป็นน้ำเลมอน เครื่องดื่มห้ามพลาด เพราะรวมเอาเลมอน 3 สายพันธุ์ ได้แก่ เลมอนพันธุ์ยูเรก้า เลมอนพันธุ์ลิสบอน และเลมอนพันธุ์เมเยอร์ ซึ่งเลมอนแต่ละสายพันธุ์มีข้อดีที่แตกต่างกัน กลายเป็นเครื่องดื่มที่ให้ผลลัพธ์ทั้งเรื่องของกลิ่นหอม สีสันสวยงาม และความอร่อยที่มาพร้อมความสดชื่น เช่นเดียวกับอัญมณีคาเฟ่แอนด์โรสเตอรี่ เป็นสถานที่ที่อัดแน่นไปด้วยบรรยากาศ อาหาร เครื่องดื่ม และเบเกอรี่ที่ครบรสเลยทีเดียว

Anyamanee Cafe and Roastery
ซอยบางนาการ์เด้น 15 ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ
เปิดบริการ ทุกวัน 10.00-20.00 น.
โทร. 09 5976 4544

wassukon

wassukon

ไม่ได้จบโดยตรงด้านออกแบบ แต่ฝันอยากเป็นสถาปนิกแล้วโลกก็เหวี่ยงให้มาเขียนงานด้านออกแบบเป็นสิบปี ตอนนี้เลยมีโลกส่วนครัวมากกว่าโลกส่วนตัวไปแล้ว