Customize Consent Preferences

We use cookies to help you navigate efficiently and perform certain functions. You will find detailed information about all cookies under each consent category below.

The cookies that are categorized as "Necessary" are stored on your browser as they are essential for enabling the basic functionalities of the site. ... 

Always Active

Necessary cookies are required to enable the basic features of this site, such as providing secure log-in or adjusting your consent preferences. These cookies do not store any personally identifiable data.

Functional cookies help perform certain functionalities like sharing the content of the website on social media platforms, collecting feedback, and other third-party features.

Analytical cookies are used to understand how visitors interact with the website. These cookies help provide information on metrics such as the number of visitors, bounce rate, traffic source, etc.

Performance cookies are used to understand and analyze the key performance indexes of the website which helps in delivering a better user experience for the visitors.

Advertisement cookies are used to provide visitors with customized advertisements based on the pages you visited previously and to analyze the effectiveness of the ad campaigns.

ART HUNTING JOURNEY: สำรวจ 8 งานศิลป์ชั้นครูในไอคอนสยาม

เมื่อพูดถึงศิลปะแห่งยุค คงจะหนีไม่พ้น “ศิลปะร่วมสมัย” หรือ Contemporary Art ที่เรามักจะได้ยินบ่อยๆ ในวงการศิลปะ ซึ่งผสมผสานหลากหลายแนวความคิด วัฒนธรรม วัสดุ และวิธีการ เพื่อสะกดสายตาให้เราเผชิญหน้ากับความรู้สึกหรือความท้าทายที่แตกต่างกันไปตามประสบการณ์ของแต่ละคนราวกับเป็นบทสนทนาลับๆ ระหว่างผู้ชมและศิลปิน

โดยศิลปะร่วมสมัยไม่มีคำว่าเก่าหรือใหม่ ไม่มีกรอบที่แน่นอน เช่นเดียวกัน ในสมัยนี้หากเราต้องการไปเสพงานศิลป์ ก็ไม่มีการตีกรอบว่าต้องไปชมที่พิพิธภัณฑ์หอศิลป์ต่างๆ เพียงอย่างเดียว แต่เรายังสามารถไปชมที่แลนด์มาร์กท่องเที่ยวสุดอลังการอย่าง “ไอคอนสยาม” ที่ได้ทลายกำแพงระหว่างศูนย์การค้า สู่ Public Art Space ที่เราสามารถ “สำรวจ” งานศิลป์ร่วมสมัยชั้นแนวหน้าเกือบทุกแขนง ที่บอกเล่าเรื่องราวความเป็นไทยผ่านฝีมือของศิลปินแห่งชาติ และความคิดสร้างสรรค์ของศิลปินระดับโลกซึ่งแฝงตัวอยู่ในทุกอณูของพื้นที่ได้อีกด้วย

แต่สำหรับงานศิลป์ เพียงแค่อ่านหรือฟังจากใครๆ นั้นอาจจะยังไม่เพียงพอ เพราะวิธีการเสพงานศิลป์ที่ดีที่สุดคือการสัมผัสด้วยตาและใช้ใจซึมซับด้วยตนเอง ดังนั้น ถ้าพร้อมแล้วมาเริ่มต้นท่องไปยังโลกแห่งศิลปะกับ ART HUNTING JOURNEY ที่      ไอคอนสยาม กับ 8 ไฮไลท์งานศิลป์ไทยระดับมาสเตอร์พีซกันได้เลย

HUNTING SPOT 1: เจาะเวลาจากอดีตสู่ปัจจุบัน สำรวจเสาจารึกสีทอง ณ ประตูบานแรกแห่งเมืองไอคอนสยาม

เริ่มกันที่จุดแรก ณ ชั้น G โซน ICONLUXE กับผลงาน “จารึกสัญลักษณ์สุวรรณภูมิ คือแสงแห่งปัญญา” ของศาสตราจารย์เกียรติคุณ ปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติ โดยเสาจารึกสีทองสูง 16 เมตร 4 ต้น ที่ตั้งเด่นเป็นสง่า ณ ประตูบานแรกริมแม่น้ำเจ้าพระยาเมื่อย่างเท้าเข้ามาที่ไอคอนสยามนั้น ถูกแต่งเเต้มด้วยงานทัศนศิลป์ลวดลายประณีตงามสะดุดตา แฝงด้วยความอ่อนช้อยแต่หนักแน่นมั่นคง โดยในตัวเสาแต่ละต้นได้บอกเล่าเรื่องราวของอาณาจักรสุวรรณภูมิอุษาคเนย์ ที่มีประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง ผ่านการเดินทางของวัฒนธรรมตั้งแต่ยุคบ้านเชียง ไล่เรียงมาจนถึงปัจจุบัน สำหรับ Hunting spot นี้ เปรียบเสมือนประตูเมืองแห่งโลกงานศิลป์จุดแรก ที่จะคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทุกมุมเมือง หลากหลายชาติ หลากหลายวัฒนธรรม มาสู่ไอคอนสยามนี้

HUNTING SPOT 2: สำรวจพลังแห่งสายน้ำที่เคลื่อนไหวสู่แรงบันดาลใจของประติมากรรมกนกเปลวสามมิติ

เมื่อเดินถัดมาจากจุดแรกอีกเล็กน้อยในโซน ICONLUXE หากเรามองขึ้นไปด้านบน จะสามารถพบกับงานประติมากรรมขนาดใหญ่สุดอลังการ ที่ Haberdashery Studio อาร์ตสตูดิโอระดับโลกจากประเทศอังกฤษ ได้รังสรรค์ขึ้นจากเส้นสายลายไทยออกมาเป็นรูปทรงกนกเปลวสามมิติสีเงิน-ทอง-นาก โดยลวดลายพริ้วไหวและแสงระยิบที่ตกกระทบลงบนพื้นผิวของผลงาน ได้เกิดจากการสังเกตเห็นความเปล่งประกายจากกระเบื้องเซรามิคที่สะท้อนบนผิวน้ำ ทำให้งานชิ้นที่ชื่อว่า “แม่น้ำ” สะท้อนถึงพลังแห่งสายน้ำที่เคลื่อนไหวอยู่นอกอาคารซึ่งแฝงไปด้วยความโดดเด่นของไอคอนสยามเป็นอย่างดี

HUNTING SPOT 3: แชนเดอเลียร์พวงมาลัย สำรวจเอกลักษณ์ไทยในความโอบอ้อมอารี

หลังจากชมประติมากรรมไปเรียบร้อยแล้ว บนเพดานระหว่างโถงทางเดินอาคารที่เชื่อมต่อระหว่างไอคอนสยามและโซน ICONLUXE ยังประดับด้วยแชนเดอเลียแก้วแสนพิเศษขนาดใหญ่ชิ้นเดียวในโลก ที่ออกแบบโดย Petra Junová ดีไซเนอร์แห่ง LASVIT บริษัทออกแบบและผลิตจากสาธารณรัฐเช็ก จากการนำเอาเอกลักษณ์ของคนไทยที่หลายชาติต่างกล่าวขานเป็นเสียงเดียวถึงความโอบอ้อมอารีของคนไทยจนกลายมาเป็นที่มาของคำว่า “รอยยิ้มเมืองสยาม” ที่เลื่องลือไปทั่วโลก มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบแชนเดอเลียจาก “พวงมาลัย” ที่ร้อยด้วยดอกรักและดอกมะลิ ซึ่งเป็นลักลักษณ์แทนน้ำใจ ราวกับเป็นการต้อนรับผู้มาเยือนไอคอนสยามด้วยรอยยิ้มที่แสนอบอุ่นแบบไทย

HUNTING SPOT 4: สำรวจเบื้องหลังลวดลายโอ่งและผนังที่แฝงวัฒนธรรมไทยจากภาคต่างๆ อย่างแยบยล

อีกหนึ่งไฮไลท์สุดไอคอนนิกที่เคยโด่งดังในโลกโซเชียล คือ ‘ห้องน้ำไอคอนสยาม’ โดยห้องน้ำทุกชั้นของไอคอนสยาม คือ อาร์ทสเปซที่ถูกตกแต่งสวยงามเป็นเอกลักษณ์แตกต่างกันไปตามแต่ละโซนจนได้รับรางวัล “สุดยอดห้องน้ำแห่งปีของกรุงเทพมหานคร” ประจำปี 2562 จากสำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร และรางวัลมาตรฐานห้องน้ำสาธารณะอาเซียน ประจำปี 2564 จากกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

โดยเฉพาะในโซนสุขสยาม ชั้น G ณ ฝั่งภาคกลางและอีสาน ที่อยากพาไปสำรวจเรื่องราวของวัฒนธรรมไทยในภาคต่างๆ โดยได้รับเกียรติจาก คุณวศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ ทายาท “เถ้าฮงไถ่” โรงงานผลิตเครื่องปั้นดินเผาเก่าแก่คู่เมืองราชบุรี มาแต่งแต้มลวดลายลงบนโอ่งที่ปั้นเองกับมือด้วยวิถีดั้งเดิม แม้ต้องใช้เวลานานแต่ทรงคุณค่าเพื่อให้ได้ลวดลายที่สมบูรณ์และเป็นมรดกทางประวัติศาสตร์ที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก นอกจากนี้ผนังของห้องน้ำโซนสุขสยาม ยังได้ถ่ายทอดงานจิตรกรรมไทยร่วมสมัยผ่านผลงานของกลุ่มศิลปิน Hooker’s Green ให้มีเรื่องราวแตกต่างกันตามโซนแต่ละภาค ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกิมมิคให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาได้ถ่ายภาพพร้อมชมบันทึกเรื่องราวของไทยที่ควรค่าแก่การจดจำ

HUNTING SPOT 5: ประติมากรรม “ทองหยอด” สำรวจอีกด้านของเอกลักษณ์ไทย ที่มาจาก “การผสมผสาน”

จากการเดินทางของท้าวทองกีบม้า สู่แรงบันดาลใจของศิลปะร่วมสมัย “ทองหยอด” ประติมากรรมทองเหลืองรูปทรงทองหยอดที่เคยถูกนำไปแสดง ณ งานเทศกาลศิลปะนานาชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกศิลปะอย่าง Venice Biennale มาแล้ว ถูกนำมาจัดแสดง ณ โถงทางเดินกลาง ชั้น M ไอคอนสยาม สร้างสรรค์โดยคุณอริญชย์ รุ่งแจ้ง เป็นงานศิลป์ที่สามารถพาเราไปสำรวจจุดเชื่อมโยงที่ผสมผสานการทับซ้อนของวัฒนธรรมอย่างลงตัว แฝงเร้นเรื่องราวประวัติศาสตร์ทั้งในแง่สังคม และวัฒนธรรม โดยศิลปินได้เลือกใช้วัสดุทองเหลือง และนำไปผลิตที่โรงงานหล่อพระ โดยทุกกระบวนการที่เลือกใช้ได้สะท้อนตัวตนแบบไทยอย่างลงตัว

HUNTING SPOT 6: สำรวจลวดลายพิมพ์ใบไม้ ผ่าน “เสาแห่งมงคล” สีทองสุกสกาว

สำหรับเส้นทางสายอาร์ตต่อมาที่รอให้ทุกคนมาสำรวจ ได้ตกแต่งอย่างสวยงามเป็นสง่าที่ชั้น M  และ 1 ของไอคอนสยาม กับ “เสาแห่งมงคล” ทองอร่ามทั้ง 8 ต้น สร้างสรรค์โดยศาสตราจารย์ถาวร โกอุดมวิทย์ ศิลปินไทยที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติเชี่ยวชาญในสาขาภาพพิมพ์ โดยเส้นลวดลายต่างๆ เกิดจากการประทับพิมพ์ใบไม้จากต้นไม้มงคลของไทย ไม่ว่าจะเป็น ใบจากต้นประดู่ และต้นคูณ โดยเส้นสายสีทองบนเสาที่สะท้อนแสงสุกสกาว ซ่อนนัยยะความหมายระหว่าง “ธรรมะ” กับ “ธรรมชาติ” ได้อย่างลึกซึ้ง สามารถสะกดสายตาให้ผู้คนที่เดินผ่านมาหยุดชื่นชมได้อย่างน่าจดจำทีเดียว

HUNTING SPOT 7: สำรวจกำแพงศิลป์สไตล์อิมเพรสชันนิสม์ “แสงสยาม” ที่สร้างสรรค์ความงามด้วยกระจกสี

ในฐานะพื้นที่แห่ง Public Art Space แน่นอนว่าไอคอนสยาม ไม่เพียงแต่รวบรวมงานศิลป์ไว้ภายในเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงองค์ประกอบภายนอกด้วยเช่นกัน โดยไฮไลท์อยู่ที่ ICONSIAM Park ชั้น 2 กับกำแพงศิลป์ “แสงสยาม”  Art Wall  ขนาดใหญ่ที่ทอดยาว 60 เมตร ที่คุณสิทธิ์วุธ ยาวิชัย ศิลปินรุ่นใหม่ได้หยิบยกเอา “กระจกสี” หนึ่งในงานของช่างสิบหมู่ของไทย งานพุทธศิลป์ที่หาดูได้ยากในปัจจุบัน มาสร้างสรรค์ผลงานสไตล์อิมเพรสชันนิสม์ด้วยเทคนิคร่วมสมัย โดยความโดดเด่นของกำแพงศิลป์นี้อยู่ที่แสงเงาธรรมชาติที่สะท้อนเปลี่ยนไปแต่ละช่วงเวลา ถือเป็นเสน่ห์ที่ประทับลงบนความรู้สึกซึ่งแตกต่างกันไปผ่านสายตาของผู้ชมในแต่ละช่วงเวลา

HUNTING SPOT 8: “รวมพลังความเป็นไทย” แลนด์มาร์กสุดท้ายที่หลอมรวมทุกอณูของไอคอนสยามไว้ด้วยกัน

จบท้ายการสำรวจงานศิลป์สุดไอคอนนิกด้วยผลงานเทคนิคคอลลาจ (Collage) “รวมพลังความเป็นไทย” ณ บริเวณสุราลัย ฮอลล์ชั้น 7 รังสรรค์โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ประทีป สุธาทองไทย ผู้มีชื่อเสียงด้านศิลปะภาพพิมพ์และ Photo Collage ระดับแถวหน้า โดยงานชิ้นดังกล่าว เปรียบเสมือนแลนดิ้งปิดท้ายทริปชมงานศิลป์อย่างสมบูรณ์แบบ ผ่านภาพที่รวบรวมทุกมิติของความเป็นไทยในแง่มุมต่างๆ ที่รวบรวมองค์ประกอบของไอคอนสยามที่แฝงเอกลักษณ์ของไทย พร้อมภาพจากผู้คนที่บอกเล่าถึงวัฒนธรรมที่ดีงามของประเทศในมิติต่างๆ กว่า 35,000 ภาพ มารวมหลอมไว้เป็นภาพขนาดใหญ่ยักษ์ 10 x 27 เมตร จารึกด้วยคำว่า  ‘ไทย’ คำสั้นๆ แต่มีความหมายอันทรงพลังอยู่ตรงกลาง โดยใช้ฟ้อนต์ที่ให้ความรู้สึกถึงการบรรจบกันระหว่างความเก่าแก่และสมัยใหม่ พร้อมใช้แพตเทิร์นที่ได้แรงบันดาลใจจาก “ลายผ้าไทย” ด้วยดีไซน์ที่สื่อถึงความโมเดิร์นและไทยดั้งเดิม

สำหรับงานศิลป์สุดไอคอนนิกทั้ง 8 มาสเตอร์พีซนี้ เป็นเพียงตัวอย่างไฮไลท์ของ ART HUNTING JOURNEY บางส่วนเล็กๆ เท่านั้น โดยในทุกตารางพื้นที่ของไอคอนสยามยังมีผลงานประติมากรรมสุดเลอค่าระดับมาสเตอร์พีซอีกมากมายซ่อนอยู่รอให้ทุกคนได้มาสำรวจและค้นพบเรื่องราวผ่านเลนส์ของศิลปินชั้นครูทุกแขนงกว่า 100 คนที่มาร่วมถ่ายทอด พร้อมพลิกมุมมองให้เดสติเนชั่นแห่งนี้ เป็นอีกหนึ่ง Public Art Space ที่มาสร้างประวัติศาสตร์ของวงการศิลปะไทยไปสู่เวทีโลก โดยสำหรับใครที่สนใจตามรอยค้นหางานศิลป์ที่ซ่อนอยู่ในจุดต่างๆ เพิ่มเติม และเรียนรู้เรื่องราวมากขึ้นผ่านบทสัมภาษณ์ของศิลปินแต่ละท่าน สามารถรับชมได้ที่

Kitchen & Home

Kitchen & Home

หลากหลายเรื่องราวน่ารู้คู่ครัว การตกแต่งบ้าน งานดีไซน์ และไลฟ์สไตล์