ครั้งแรกที่ Louis Vuitton Hotel Bangkok มาเปิดป๊อปอัพโฮเทลใจกลางกรุงเทพฯ ฉลอง 130 ปี ลายMonogram งานนี้เป็นการเปลี่ยนพื้นที่ประวัติศาสตร์ให้กลายเป็น Immersive Space ระดับโลก ผ่านไฮไลต์สำคัญที่ผสมผสานระหว่างความหรูของ LV และเสน่ห์บ้านเก่าอายุศตวรรษอย่างบ้านตรอกถั่วงอก ให้กลายเป็นพื้นที่พักค้างคืนของแบรนด์ระดับโลกแบบชั่วคราว ผ่านการเล่าเรื่องระหว่างลาย Monogram ที่เดินทางมาแล้วรอบโลก กับงานไม้เก่า ผนังปูน และร่องรอยเวลาของบ้านที่มีประวัติศาตร์

Louis Vuitton เลือกบ้านที่มีประวัติศาสตร์เหมือนย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นของแบรนด์ที่เกิดจากการทำหีบเดินทาง ความน่าสนใจจึงไม่ใช่แค่ดีไซน์ภายใน แต่คือคำถามว่าลาย LV Monogram อายุ 130 ปี จะวางตัวเองอย่างไร เมื่อเข้าไปอยู่ในบ้านอายุ 100 ปี โดยไม่กลืนจิตวิญญาณเดิม

หากย้อนไปยังจุดเริ่มต้นของ Louis Vuitton แบรนด์ถือกำเนิดขึ้นในศตวรรษที่ 19 จากการผลิตหีบและกระเป๋าเดินทาง ด้วยแนวคิดสร้างสัมภาระสำหรับนักเดินทางที่ทั้งแข็งแรง ใช้งานได้จริง และงดงามเหนือกาลเวลา หีบทรงแบนซึ่งนับเป็นนวัตกรรมสำคัญในยุคนั้น ได้กลายเป็นรากฐานสู่การพัฒนากระเป๋ารุ่นไอคอนิกมากมาย และทำให้ชื่อของหลุยส์ วิตตอง กลายเป็นสัญลักษณ์ของการเดินทางที่ไม่ใช่แค่การไปถึงจุดหมาย แต่คือเรื่องราวและสไตล์ที่พกพาไปทุกแห่งหน
โดย Louis Vuitton Hotel Bangkok ถูกออกแบบเป็นอาคาร 4 ชั้น แต่ละชั้นถ่ายทอดเรื่องราวของกระเป๋าลาย Monogram ผ่าน 5 รุ่นสำคัญ ได้แก่ Keepall, Speedy, Alma, Neverfull และ Noé ในฐานะ “เพื่อนร่วมทาง” ที่อยู่คู่ผู้คนต่างยุคสมัย และเป็นชิ้นงานที่นักเดินทางและนักสะสมทั่วโลกต่างหลงใหล

ชั้น 1
พื้นที่ต้อนรับที่เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นของการพักผ่อน ตกแต่งด้วยธงหลุยส์ วิตตองและกระเป๋าทรง Trunk สร้างบรรยากาศการเดินทางตั้งแต่ก้าวแรก

ชั้น 2 – Keepall Lobby & Speedy P9 Safe Room
โถง Keepall Lobby คือจุดเช็กอินที่บอกเล่าเรื่องราวของกระเป๋า Keepall รุ่นไอคอนิกที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1930 ถัดไปคือ Speedy P9 Safe Room จัดแสดงกระเป๋า Speedy P9 ในดีไซน์คลาสสิกที่ตีความใหม่ผ่านมุมมองร่วมสมัยของ Pharrell Williams ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แผนกสุภาพบุรุษ

ชั้น 3 – Neverfull Gym & Noé Bar
ฝั่งซ้ายคือ Neverfull Gym พื้นที่จัดแสดงกระเป๋า Neverfull ที่เปิดตัวในปี 2007 ถ่ายทอดคุณสมบัติความแข็งแรง ทนทาน และการใช้งานหลากหลาย ผ่านบรรยากาศที่ได้แรงบันดาลใจจากยิม

ฝั่งขวาคือ Noé Bar แชมเปญบาร์ที่เปิดให้บริการจริง พร้อมเล่าเรื่องต้นกำเนิดกระเป๋า Noé ซึ่งออกแบบในปี 1932 ตามคำขอของผู้ผลิตแชมเปญ เพื่อบรรจุแชมเปญ 5 ขวด โดยจัดวาง 4 ขวดตั้ง และอีก 1 ขวดคว่ำตรงกลางอย่างสมดุล กลายเป็นดีไซน์ที่ผสานฟังก์ชันและความงามอย่างลงตัว

ชั้น 4 – Speedy Room & Alma Terrace
ชั้นบนสุดคือพื้นที่พักผ่อนที่พาผู้เข้าชมสำรวจ Speedy หนึ่งในกระเป๋าไอคอนสูงสุดของเมซง ภายในมีโซน Walk-in Closet จัดแสดงรุ่นต่างๆ และบริเวณห้องนั่งเล่นสามารถฟังเรื่องราวความเป็นมาของกระเป๋าผ่านโทรศัพท์วินเทจ เพียงหมุนโทรออกไปยังหมายเลข 1930 ปีแห่งการถือกำเนิดของรุ่นนี้
ในห้องนอนยังเชื่อมต่อสู่ Alma Terrace ระเบียงแบบอิมเมอร์ซีฟที่ฉายภาพทิวทัศน์กรุงปารีส ชวนให้รู้สึกราวกับยืนอยู่บนระเบียงที่มองเห็นมหานครฝรั่งเศส เพื่อเฉลิมฉลองกระเป๋า Alma ซึ่งตั้งชื่อตาม Place de l’Alma ใจกลางกรุงปารีส
Louis Vuitton Hotel Bangkok จึงไม่ใช่เพียงป๊อปอัพโฮเตล หากแต่เป็นพื้นที่แห่งความทรงจำ ที่หลอมรวมประวัติศาสตร์ งานออกแบบ และจิตวิญญาณของการเดินทางเข้าไว้ด้วยกันอย่างงดงามร่วมสมัย
Louis Vuitton Hotel Bangkok บ้านตรอกถั่วงอก (ถ.สันติภาพ)
วันนี้ – 15 มีนาคม 2569
วันจันทร์ -วันพฤหัสบดี เวลา 11:00 – 20:00 น. | วันศุกร์ – วันอาทิตย์ 10:00-21:00 น.
การเดินทาง MRT วัดมังกร (ทางออก 1)
เข้าชมฟรี (จองล่วงหน้าเท่านั้น) ที่ https://hotel-bangkok.louisvuitton.com/LV





