ฮะจิ-เลม่อน-โจโกะ สามจิ๋ว ความรักไซส์มินิที่เปลี่ยนโลกทั้งใบ

ความรักไม่ได้มีแค่ระหว่างคนสองคนเสมอไป บางครั้งมันมาในรูปของเสียงปีกพึ่บพั่บ เสียงจิ๊บๆ และความสดใสเล็กๆ ที่บินวนอยู่รอบบ้าน ครั้งนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักคุณบอสและคุณเบียร์ คู่รักที่มีสามจิ๋ว สมาชิกตัวน้อยเป็นหัวใจสำคัญของบ้าน จนทุกมุมของชีวิตถูกแต้มด้วยเฉดสีพาสเทลอย่างไม่รู้ตัว

จุดเริ่มต้นจากความบังเอิญที่แสนตั้งใจ

เชื่อไหมว่าจุดเริ่มต้นของบ้านนี้ไม่ได้เริ่มที่นก! ทั้งคุณบอส-นัฐพงษ์ แซ่อื้อ และคุณเบียร์-สุวนันท์ บุญเทพ เล่าให้เราฟังอย่างอารมณ์ดีว่า ทีแรกตั้งใจจะไปรับกระต่ายมาเลี้ยง ถึงขั้นไปลองเล่นที่คาเฟ่กระต่ายมาแล้ว แต่กลับโดนเจ้าหูยาวงับมือเข้าให้! ในความโชคร้ายยังมีโชคดี เพราะในคาเฟ่แห่งนั้นเขาเลี้ยงนกด้วย คุณบอสเข้าไปเล่นแล้วนกตัวหนึ่งบินมาหาอย่างเป็นมิตร ประกอบกับคุณบอสมีความชอบนกเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งคู่จึงตัดสินใจเบนเข็มไปฟาร์มนกทันที และนั่นคือวันที่ “ฟอพัส” (Forpus) นกแก้วที่เล็กที่สุดในโลกเข้ามาในชีวิต

ทำความรู้จัก 3 แสบแห่งบ้าน Bird Lover

แม้จะเป็นนกเหมือนกัน แต่บอกเลยว่านิสัยของทั้ง 3 ตัวนั้นแตกต่างกันอย่างกับคนละขั้ว!


ฮะจิ (ฟอพัส) : พี่ใหญ่สายเนี้ยบ ฮะจิคือผู้คุมกฎของบ้าน น้องเป็นนกเรียบร้อยและฉลาดมาก เวลาน้องตัวอื่นเกเร ฮะจิจะรับบทพี่ใหญ่คอยห้ามคอยดุ กิมมิกสุดฮาของฮะจิคือความหลงตัวเอง น้องติดกระจกมากถึงขั้นต้องเสิร์ฟข้าวหน้ากระจกเท่านั้นถึงจะยอมกิน! และฮะจิยังเป็นนักฟังที่ดีที่สุดของคุณเบียร์อีกด้วย

เลม่อน (ฟอพัส) : จอมวุ่นตัวตึง ถ้าฮะจิคือความสงบ เลม่อนคือพายุ! น้องมาพร้อมสีเหลืองสดใสแต่นิสัยขัดกับลุคสุดๆ คุณบอสแอบกระซิบว่าเลม่อนมีโหมดไบโพลาร์นิดๆ คือบทจะเล่นก็น่ารัก ใจดี แต่บทจะหวงของขึ้นมาก็งับไม่เลือกหน้า แถมยังเป็นสายกินตัวยง กินเก่งทั้งอาหารนกและแอบเนียนมากินข้าวสวยกับปาปี๊มามี้ด้วย

โจโกะ (คอกคาทีล) : น้องเล็กสายอ้อน… ที่ซึมซับวิถีนักเลงจากพี่ๆ มาถึงน้องเล็กตัวสุดท้าย “โจโกะ” นกแก้วคอกคาทีล (Cockatiel) แก้มส้มสุดน่ารักที่มีบุคลิกลูกแหง่แบบเต็มขั้น! โจโกะติดมามี้เบียร์หนักมาก ชนิดที่ว่าแค่กะพริบตาห่างกันวินาทีเดียวน้องก็ร้องเรียกเสียงหลงแล้ว พื้นที่ปลอดภัยของโจโกะคือการซุกอยู่กับปาปี๊และมามี้เท่านั้น

แต่เบื้องหลังความขี้อ้อนนั้นมีความน่าเอ็นดูปนน่าสงสารซ่อนอยู่ เพราะเจ้าสองจิ๋วรุ่นพี่อย่างฮะจิและเลม่อนยังไม่ค่อยชินกับสมาชิกใหม่ เลยขยันไล่กวดไล่งับน้องอยู่บ่อยๆ จนโจโกะที่ปกติควรจะเป็นนกสายหวาน เรียบร้อย ตามฉบับพันธุ์คอกคาทีล กลับกลายเป็นนกที่ซึมซับวิถีนักเลงมาจากพี่ๆ แบบเต็มระเบียบ!

จากนกที่ไม่ดุ ไม่กัด ตอนนี้โจโกะเริ่มมีลูกฮึด สู้คน และแอบก้าวร้าวตามรอยพี่ๆ ฟอพัสไปเสียแล้ว แถมความแสบยังลามไปถึงเรื่องกิน เพราะโจโกะเมินอาหารสูตรคอกคาทีลของตัวเอง แล้วหันไปแย่งหม่ำอาหารสูตรนกฟอพัสของพี่ๆ แทน เรียกได้ว่าเป็นนกคอกคาทีลที่หัวใจโตเกินตัว และพร้อมจะสู้เพื่อพื้นที่ข้างๆ มามี้เบียร์แบบไม่ยอมใครเลยทีเดียว!

บทเรียนราคาแพง และหัวใจที่ต้องดูแล

การเลี้ยงสัตว์มีทั้งความสุขและบทเรียน คุณบอสแชร์ประสบการณ์ที่ยังคงเป็นแผลใจว่า เคยเสียนกตัวแรกไปเพราะความไม่รู้ “เขามานอนด้วยแล้วผมเผลอทับเขาตอนหลับ” นี่คือคำเตือนสำคัญสำหรับคนรักนกเลยว่า รักแค่ไหนก็ห้ามเอานอนด้วยเด็ดขาด ให้น้องนอนในกรงที่ปลอดภัยคือดีที่สุด

ล่าสุดครอบครัวยังต้องผ่านช่วงเวลาบีบหัวใจ เมื่อโจโกะตรวจพบมะเร็งหลอดเลือดที่พังผืดปีก คุณบอสสังเกตเห็นว่าปีกน้องหุบไม่เท่ากันและดูซึมลง จึงรีบพาไปผ่าตัดด่วนที่โรงพยาบาลสัตว์พนาลัย โชคดีที่น้องสู้สุดใจ จนตอนนี้กลับมาบินปร๋อได้เหมือนเดิมแล้ว

เมื่อโลกทั้งใบหมุนรอบ “เจ้าจิ๋ว”

ไม่ใช่แค่การให้อาหารและน้ำ แต่ชีวิตประจำวันของคุณบอสและคุณเบียร์ถูกปรับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงเพื่อให้เข้ากับจังหวะชีวิตของสมาชิกปีกบางทั้งสามตัว ไม่ว่าจะงานรัดตัวแค่ไหน ทั้งคู่จะสลับกันดูแลเสมอ อย่างช่วงงาน Motor Expo ที่ผ่านมา หากใครคนหนึ่งไปทำงาน อีกคนต้องสแตนด์บายอยู่บ้าน เพราะไม่อยากให้เด็กๆ ต้องเหงา โดยเฉพาะเจ้าโจโกะที่ถ้าไม่เห็นหน้าคุณเบียร์ น้องจะประท้วงด้วยการไม่ยอมกินข้าวเลยทีเดียว

วิชาตัวเบา : ฝึกสายจูงสู่โลกกว้าง กิมมิกที่น่ารักมากของบ้านนี้คือการ “ฝึกนก” คุณบอสเล่าว่านกที่นี่คุ้นเคยกับการใส่สายจูงมาก แรกๆ อาจจะมีแทะสายบ้างตามประสา แต่ตอนนี้แค่เห็นหยิบสายจูงออกมา ทั้งสามจิ๋วจะยืนนิ่งยอมให้ใส่แต่โดยดี เพราะพวกเขารู้ว่า “นั่นคือตั๋วเครื่องบินส่วนตัวที่จะได้ออกไปเที่ยวข้างนอกกับปาปี๊มามี้แล้ว!” แม้แต่ในที่ทำงานรับติดตั้งระบบคอนเสิร์ตที่เสียงดัง คุณบอสก็พาไปด้วยจนน้องๆ ชินเสียงและไม่ตื่นตกใจอีกต่อไป

ความปลอดภัยระดับแม็กซิมัม ด้วยความที่เป็นนกขนาดเล็ก ความปลอดภัยจึงเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้เลย

  • เสียงกระดิ่งบอกพิกัด : ที่ขาของน้องๆ จะมีกระดิ่งเล็กๆ ติดไว้เสมอ เพราะตัวที่เล็กจิ๋วอาจจะแอบไปงีบตามมุมห้องจนหาไม่เจอ เสียง “กรุ๊งกริ๊ง” จะเป็นตัวช่วยบอกพิกัดว่าลูกๆ อยู่ตรงไหน
  • ห่วงขาอุ่นใจ : นอกจากกระดิ่ง ยังมีห่วงขาที่สลักชื่อและเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับไว้อย่างชัดเจน เพื่อป้องกันเหตุสุดวิสัยหากเกิดการพลัดหลง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับคนเลี้ยงนกในปัจจุบัน

พิถีพิถันเรื่องเมนู ปราการด่านแรกของสุขภาพ

สำหรับการดูแลสมาชิกทั้งสามจิ๋ว คุณบอสและคุณเบียร์ให้ความสำคัญกับเรื่องอาหารมาเป็นอันดับหนึ่ง โดยเน้นผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมอย่างแบรนด์ Marukan (มารุคัง) จากญี่ปุ่นเป็นหลัก ซึ่งมีเหตุผลสำคัญที่คนรักนกต้องรู้!

ความสะอาดต้องมาเป็นที่หนึ่ง : นกเป็นสัตว์ที่ไวต่อเชื้อรา แบคทีเรีย และมอดมากเป็นพิเศษ หากอาหารที่ซื้อมาคัดสรรไม่ดีพอ หรือมีความชื้นจนเกิดเชื้อราเพียงนิดเดียว เมื่อนกกินเข้าไปสะสมในกระเพาะพัก อาจส่งผลอันตรายถึงชีวิตได้ในเวลาอันรวดเร็ว

บ้านไม่ใช่ป่า : คุณบอสให้มุมมองที่น่าสนใจว่า “การเลี้ยงนกในบ้าน สภาวะแวดล้อมต่างจากชีวิตในป่า” นกในธรรมชาติอาจมีความแข็งแรงหรือมีสัญชาตญาณการหาอาหารที่หลากหลายกว่า แต่เมื่อเรานำเขามาเลี้ยงในระบบปิด ภูมิคุ้มกันและการใช้ชีวิตของเขาจึงขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราหยิบยื่นให้ 100%

เลือกให้ตรงสูตร : อาหารนกที่ดีควรจะมีกลิ่นหอม สะอาด และมีสูตรที่เหมาะสมกับขนาดของนก (นกเล็ก-นกกลาง) เพื่อให้ได้สารอาหารที่ครบถ้วนและปลอดภัยที่สุด การเลือกอาหารที่ดีจึงไม่ใช่แค่เรื่องของราคา แต่มันคือการคัดกรองสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้ามาทำร้ายร่างกายของเจ้าจิ๋วที่เราเลือกเขามาเป็นสมาชิกในครอบครัวนั่นเองครับ

เคล็ดลับสำหรับมือใหม่หัดเลี้ยงนก (ฉบับคุณบอส & คุณเบียร์)

เริ่มจากนกเด็ก : ควรรับมาเลี้ยงตั้งแต่ยังต้องป้อนไซริงเพื่อให้เขารู้สึกว่าเราคือ “ฝูง” และพ่อแม่ของเขา

ช่างสังเกต : นกเป็นสัตว์ที่เก็บอาการเก่งมากตามสัญชาตญาณสัตว์ป่า ถ้าเห็นเขาซึม ปีกตก หรือพฤติกรรมเปลี่ยนเพียงนิดเดียว ให้รีบพบหมอทันที

เวลาคือสิ่งสำคัญ : นกเป็นสัตว์สังคม ถ้าเลี้ยงเขาแล้วควรมีเวลาเล่นด้วย เพราะเขาจะเครียดและไม่เชื่อง

การเรียนรู้และวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป

พลังใจบนบ่าที่เปลี่ยนหนุ่มใจร้อนให้กลายเป็นคุณพ่อใจเย็น บทเรียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่คุณบอสได้รับจากการเลี้ยงนกคือการเปลี่ยนนิสัยส่วนตัว “ปกติผมเป็นคนขับรถเร็วมากครับ” คุณบอสสารภาพด้วยรอยยิ้ม “แต่พอมีเขานั่งไปด้วยบนรถ เราจะขับเร็วไม่ได้เลย ความห่วงในความปลอดภัยของเขาทำให้เรากลายเป็นคนใจเย็นลงโดยไม่รู้ตัว”

สำหรับทั้งคู่แล้ว ฮะจิ เลม่อน และโจโกะ ไม่ใช่เพียงแค่สัตว์เลี้ยงที่อยู่ในกรง แต่คือสมาชิกในครอบครัวที่เป็นพลังงานบวก คอยฮีลใจในวันที่เหนื่อยล้า เพียงแค่กลับบ้านมาเห็นหน้าจิ้มลิ้มและท่าทางอ้อนๆ ของพวกเขา กำลังใจก็เต็มเปี่ยมพร้อมสู้ต่อในวันถัดไป

กุมภาพันธ์นี้หากใครยังไม่มีหวานใจ ลองเปิดใจให้นกแก้วดูสักตัว แล้วคุณจะรู้ว่าความรักที่ส่งผ่านเสียงปีกพึ่บพั่บนั้น มันเยียวยาจิตใจได้ดีขนาดไหน!

wassukon

wassukon

ไม่ได้จบโดยตรงด้านออกแบบ แต่ฝันอยากเป็นสถาปนิกแล้วโลกก็เหวี่ยงให้มาเขียนงานด้านออกแบบเป็นสิบปี ตอนนี้เลยมีโลกส่วนครัวมากกว่าโลกส่วนตัวไปแล้ว