เมื่อเอ่ยชื่อ “Dog Country Cafe” ที่พุทธมณฑลสาย 2 เชื่อว่าคนรักสัตว์ส่วนใหญ่ต้องรู้จักในฐานะคาเฟ่หมาที่ใหญ่ที่สุดในไทยและเอเชีย ที่มีน้องหมากว่า 400 ตัว และเป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่สร้างปรากฏการณ์ Pet Lifestyle มานานหลายปี
วันนี้ความยิ่งใหญ่ได้ถูกต่อยอดสู่อีกบทใหม่ท่ามกลางเทรนด์ Pet Friendly ที่เติบโตไม่หยุดในกรุงเทพฯ กับ Big Dog Cafe by Dog Country Cafe ที่ยกระดับจากคาเฟ่หมาธรรมดาสู่คอมมูนิตีฮับของคนรักสัตว์แบบครบวงจรบนพื้นที่กว่า 3 ไร่ ที่รวมน้องหมาใหญ่ หมาเล็ก และน้องแมวทั้งหมดกว่า 80 ตัว ที่นี่จึงกลายเป็นแลนด์มาร์กที่ใครๆ ก็พูดถึง ทั้งสำหรับคนที่เลี้ยงสัตว์และคนที่อยากมา “เติมหมา เติมใจ” ในวันพักผ่อน

โดยมีคุณเอิร์ค-ธาวัน ทวีกิจวาที ทายาทนักธุรกิจคาเฟ่หมาเข้ามาบริหารงานช่วยคุณพ่อธนา ทวีกิจวาที ผู้ก่อตั้ง Dog Country Cafe ซึ่งปรับโมเดลคาเฟ่แห่งนี้ให้รองรับทั้งคนที่เลี้ยงหมาและคนที่ไม่มีหมาแต่ต้องการเติมหมา บนพื้นที่ Pet Friendly กับเป้าหมายสำคัญที่จะสร้างที่นี่เป็น Pet Friendly Hub ให้คนและสัตว์อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข พร้อมกิจกรรมพบปะ Dog Club อีเวนต์รวมพลสุนัขพันธุ์ต่างๆ และมุมถ่ายรูปใหม่ๆ ที่เสริมความสนุกในการมาเติมหมาทั้งวัน
ที่นี่ไม่ใช่แค่คาเฟ่หมา แต่คือ Pet Friendly Hub
Big Dog Cafe by Dog Country Cafe ได้รวมทั้งคาเฟ่ โรงแรม สระว่ายน้ำ Grooming และกิจกรรมสร้างสรรค์เอาไว้ครบวงจร พร้อมต้อนรับทุกครอบครัว และเปิดพื้นที่ให้คนรักหมามาเจอกันแบบไร้ขีดจำกัด

“เราอยากให้คนมาเจอกัน มาเล่นกับน้องหมา พาเด็กๆ มาผ่อนคลาย คุณพ่อคุณแม่ได้พักจริงๆ เป็นคอมมูนิตีของทุกครอบครัว นอกจากบริการที่ครบแล้ว ที่นี่ยังมีมุมถ่ายรูปสวยๆ หลายจุด เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวและคนรักสัตว์จากทั่วโลก”

จุดเด่นของ Big Dog Cafe คือการรวมบริการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงทุกอย่างไว้ในที่เดียวแบบ One Stop Service ไม่ว่าจะมาพักผ่อนกับน้องหมา หรือนำน้องมาฝึก อาบน้ำ ว่ายน้ำ หรือฝากเลี้ยงทั้งบริการรับฝากน้องแบบDay Care และโรงแรมสำหรับน้องหมาโดยมีบริการเป็นห้องปรับอากาศทั้งหมด ซึ่งน้องทุกตัวที่มาพักที่นี่จะได้วิ่งเล่นในสนามหญ้า มีพี่ๆ สตาฟดูแลตลอด พร้อมกล้องวงจรปิดให้คุณพ่อแม่ดูได้ตลอด 24 ชั่วโมง บริการ Grooming ครบวงจรตั้งแต่อาบน้ำ ตัดขน ตัดเล็บ ด้วยระบบความสะอาดที่ใส่ใจเป็นพิเศษ และอีกหนึ่งบริการล่าสุดกับคอร์สฝึกสุนัขโดยครูฝึกมืออาชีพ ตั้งแต่ฝึกพื้นฐานไปจนถึงปรับพฤติกรรมแบบเฉพาะทาง เช่น กระชากสายจูง หรือน้องหมาขี้กลัว/ก้าวร้าว และหนึ่งในความภูมิใจล่าสุดกับโซน Dog Park สนามหญ้ากว้างใหญ่เต็มอารมณ์ธรรมชาติ เปิดใช้ฟรีให้ทุกครอบครัว และยังเป็นพื้นที่รองรับการจัดอีเวนต์รวมพลสุนัขสายพันธุ์ต่างๆ ที่จัดโดย BKK Dog Society ซึ่งคุณเอิร์คเป็นผู้ก่อตั้งเพื่อสร้างคอมมูนิตีคนรักหมาที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ
4 โซนไฮไลต์ที่ทำให้ทั้งคนทั้งน้องหมามีความสุขทั้งวัน
โซนคาเฟ่ และ Workshop & Art พื้นที่นั่งกินอาหารแบบ Pet Friendly มีทั้งอาหารไทย อาหารฝรั่ง และ All Day Brunch สไตล์เวสเทิร์น พร้อมกิจกรรม Workshop ที่มีศิลปะให้เลือกทำถึง 10 อย่างเพนต์แคนวาส ระบายสีปูนปลาสเตอร์ เทสี เพนต์ถุงผ้า ร้อยลูกปัด ปั๊มมือคู่กับน้องหมาลงบนผืนผ้า (สียังเป็นอะคริลิกปลอดภัยต่อน้องหมา) ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์ ยังมีดนตรีโฟล์กซองชิลๆ ให้ฟังกันอีกด้วย

โซนหมาใหญ่ใจดี เป็นโซน Semi-Outdoor ที่จะปล่อยสุนัขตัวใหญ่ออกมาเป็นรอบๆ มีทั้งหมด 10 ฝูง แต่ละฝูงจะเป็นสุนัขหายากและตัวใหญ่ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์ของที่นี่ เช่น สุนัขพันธุ์โคมอนดอร์ (Komondor)ไอริช วูล์ฟฮาวด์ (Irish Wolfhound) ทิเบตันมาสทิฟฟ์ (Tibetan Mastiff) ซาร์ลูสวูล์ฟด็อก (Saarloos Wolfdog) อิงลิช เซ็ตเตอร์ (English Setter) ฯลฯ ซึ่งโซนนี้น้องหมาจะถูกปล่อยออกมารอบละ 1.30 ชั่วโมง โดยจะมีสตาฟคอยอธิบายว่าสุนัขแต่ละสายพันธุ์มีนิสัยอย่างไร มาจากไหน เป็นการแทรกความรู้แบบเพลินๆ

“เราอยากให้ลูกค้าได้มาลองเล่นกับน้องๆ ทุกสายพันธุ์ บางคนยังเลือกไม่ได้ว่าจะเลี้ยงพันธุ์ไหนดี ก็มาทำความรู้จักที่นี่ก่อน หรือถ้าใครสนใจอยากซื้อกลับไปเลี้ยง เราก็มีฟาร์มสุนัขที่ Dog Country รองรับอยู่แล้ว ลูกค้าจะได้เห็นนิสัยจริงๆ ของน้องหมาแต่ละพันธุ์ก่อนตัดสินใจ หรือก่อนหน้านี้เราก็มีลูกค้าที่น่าประทับใจมากๆ เขาเป็นโรคซึมเศร้าแล้วมาฮีลใจที่ร้านเพราะได้ยินว่าน้องหมาช่วยบำบัดเยียวยาจิตใจได้ พอเขามาลองเล่นกลับถูกชะตากับน้องตัวหนึ่งจนกลายเป็นกำลังใจให้เขา และเขาก็กลับมาหาน้องบ่อยๆ จนอาการดีขึ้น”

โซนหมาเล็ก ที่รวมน้องหมาไซส์เล็กอยู่ในห้องแอร์ ให้เข้าไปนั่งเล่น กอด อุ้มได้เต็มที่ น่ารักชนิดใจละลาย
โซนน้องแมว สำหรับทาสแมวที่อยาก “เติมแมว” โซนนี้มีน้องแมวสายพันธุ์ต่างประเทศ ส่วนใหญ่เป็นพันธุ์สกอตติช นิสัยดี ขี้อ้อน “ผมก็เป็นคนชอบแมว เลยอยากให้ที่นี่มีโซนแมวด้วยจะได้ครบทุกความสุขจริงๆ”

ความปลอดภัยสำคัญที่สุด ก่อนสนุกกับน้องๆ
โดยขั้นตอนในการพาสัตว์เลี้ยงเข้ามาในคาเฟ่จะต้องผ่านการคัดกรอง ตรวจเห็บหมัด ชั่งน้ำหนัก และเช็กวัคซีนที่ห้องรับรองเพื่อให้พื้นที่ปลอดภัยสำหรับน้องๆ ทุกตัว ส่วนค่าบริการโซนน้องหมา ทั้งโซนหมาใหญ่และหมาเล็กอยู่ที่ 250 บาทต่อคน เล่นได้ไม่จำกัดเวลา ถ้าอยากเข้าโซนน้องแมวด้วยแค่เพิ่มอีก 50 บาทก็ใช้เวลาได้ไม่จำกัดเหมือนกัน
หมาใหญ่ หมาเล็ก คาแรกเตอร์ต่างไซส์ที่ใครก็หลงรัก
“เสน่ห์ของหมาใหญ่คือความน่ารักแบบไม่รู้ตัวครับ ถึงตัวเขาจะใหญ่แต่เขามักคิดว่าตัวเองเล็ก และเป็นสุนัขที่ไม่ดุ เวลาเราต้อนรับลูกค้าเรามักอธิบายเสมอว่า ‘ยิ่งหมาตัวใหญ่ เขายิ่งต้องการความรักมากขึ้น’ เพราะเขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กตัวน้อย น้องๆ หมาใหญ่ของเราจึงใจดี อบอุ่น และสุภาพ

“ส่วนหมาตัวเล็กเสน่ห์ของเขาจะอยู่ที่หน้าตาน่ารักเป็นทุนเดิม แต่นิสัยก็จะขี้เล่น เอาแต่ใจบ้าง ชอบวิ่ง ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ว่าจะหมาใหญ่หรือหมาตัวเล็ก การดูแลต้องอาศัยความรักและความเอาใจใส่เหมือนกันทั้งหมด เราต้องมีเวลาให้เขา ต้องมีทีมงานเพียงพอ พาออกมาวิ่งเป็นประจำ ให้กินอาหารที่ดี และดูแลเรื่องความสะอาดอย่างเข้มงวด เพราะสุดท้ายแล้วเราคือคาเฟ่หมาที่ต้องใส่ใจทั้งสุขภาพและความสุขของน้องๆ ควบคู่กัน”
สวรรค์ของคนรักหมาตัวจริง
“นอกจากบริการที่ครบทุกด้าน ความสำเร็จของ Big Dog Cafe คือเราต้องให้เครดิตกับทีมงานทุกฝ่าย ทั้งครูฝึก พี่ๆ ฮีโร่ ทีมสตาฟ และพี่แม่บ้าน ทุกคนทำงานด้วยความรักและใส่ใจ เพราะสำหรับเราไม่ได้มองน้องหมาเป็นสินค้า เขาคือเพื่อนของเรา เรารักและดูแลใส่ใจเขาจริงๆ ทั้งสุขภาพ ขน กลิ่น พฤติกรรม ทุกอย่างมันสะท้อนออกมา ซึ่งลูกค้าของที่นี่มีตั้งแต่กลุ่มครอบครัว เด็กๆ คนต่างชาติ (สิงคโปร์ เยอรมัน ฝรั่งเศส) วัยรุ่นที่มาถ่ายรูปทำกิจกรรมร่วมกัน

“ถ้าคุณเลี้ยงหมาอยู่แล้วคุณจะมีความสุขแน่นอน แต่ถ้าคุณไม่ได้เลี้ยงคุณก็มาเติมหมาที่นี่ได้เช่นกัน เพราะที่นี่คือพื้นที่ฮีลใจที่ทำให้คุณกลับไปด้วยหัวใจที่เต็มกว่าเดิมแน่นอน”
Big Dog Cafe by Dog Country Cafeคาเฟ่หมาใหญ่ใจดี
ถนนเลียบทางด่วนรามอินทราฯ ร่วมน้ำใจแยก ซอย 2 แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ
เปิดบริการ ทุกวัน 09.30-21.00 น.
Facebook : BigDogCafeTH, BKKDOGSOCIETY
Instagram : bigdogcafe.bkk
TikTok : bigdogcafeofficial





