จากคอนโดฯ เล็กๆ สู่บ้านหลังใหม่ที่ลงตัวกับการใช้ชีวิตของคุณบอส-พงศ์พิสุทธิ์ ทูลแก้ว กับแฟนสาว ภายในตกแต่งสไตล์ Mid-Century เรียบง่าย อบอุ่น และมีสีสัน เน้นความโปร่งโล่ง เชื่อมโยงกันของพื้นที่ โดยมีทีมสถาปนิกจาก Wardwai Architect and Design มาช่วยออกแบบฟังก์ชันใช้สอยให้ตอบโจทย์ตรงกับความต้องการ ไม่ใช่เป็นเพียงบ้านสำหรับอยู่อาศัย ทว่ายังเป็นเหมือนเซฟโซนที่ทั้งสองคนสามารถทิ้งตัวและชาร์จพลังกายพลังใจได้อย่างเต็มที่


ถ้าเราไม่ได้มีนัดกับคุณบอสคงไม่รู้เลยว่าในย่านแจ้งวัฒนะจะมีโครงการบ้านแห่งนี้ซ่อนตัวอยู่ ด้วยโลเคชันและจำนวนบ้านที่มีเพียงไม่กี่หลัง บรรยากาศจึงค่อนข้างเงียบสงบ น่าอยู่ และเป็นส่วนตัว คุณบอสเริ่มต้นเล่าถึงที่มาที่ไปของบ้านหลังนี้ให้ฟังว่า “ตอนแรกผมอาศัยอยู่คอนโดฯ แล้วรู้สึกว่าของเริ่มเยอะเกินกว่าพื้นที่ที่เรามี แล้วแฟนผมเขาอยากเลี้ยงน้องหมาด้วยจึงมีความคิดว่าอยากขยับขยาย โดยมองหาเป็นบ้านมือสองก่อน จนไปเจอบ้านหลังหนึ่งค่อนข้างตรงกับโจทย์ที่ตั้งไว้ แต่เป็นจังหวะที่มีคนมาซื้อไปก่อนหน้าเราพอดี”
หลังจากนั้นคุณบอสกับแฟนจึงพักการมองหาบ้านไปช่วงหนึ่งจนโชคชะตาพาให้มาเจอกับบ้านหลังนี้ “พอดีแฟนผมเขาเห็นโฆษณาโครงการบ้านใหม่ดูน่าสนใจ ทั้งเรื่องราคาที่สามารถกู้ร่วมได้และทำเลก็อยู่ไม่ไกลจากคอนโดฯ เดิม เลยลองขับรถมาดูบ้านตัวอย่าง พอได้เห็นแบบบ้านผมกับแฟนก็ชอบ ไม่ว่าจะเป็นโลเคชัน ตำแหน่งที่ตั้ง ดีไซน์ ฟังก์ชัน ไปจนถึงแสงสว่างที่ส่องเข้ามาภายในบ้าน จึงตกลงปลงใจว่าจะซื้อบ้านโครงการนี้กัน แต่ระหว่างทางก็มีเรื่องให้ลุ้นเล็กน้อย เพราะหลังที่ตั้งใจจะซื้อมีคนมาซื้อเงินสดไปก่อน เลยได้บ้านหลังนี้มาซึ่งเหลือเป็นหลังสุดท้ายของโครงการ”

เมื่อได้บ้านแล้วก็ถึงเวลาของการออกแบบตกแต่ง “เดิมทีเราไม่ได้นึกถึงสถาปนิกเลย ตั้งใจจะตกแต่งบ้านกันเอง โดยไปช่วยกันเลือกซื้อของและลองจินตนาการว่าจะจัดวางอะไรไว้ตรงไหนบ้าง แต่มีส่วนที่คิดว่าจำเป็นต้องใช้ช่างคือต่อเติมบันไดหลังบ้าน เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวในการเข้าออก และห้องครัวที่ต้องทำบิลต์อินเพิ่มเติม จากจะหาช่างมาทำเราก็ไปเจอผลงานของทีมสถาปนิก Wardwai Architect and Design จึงลองติดต่อไปพูดคุยเพื่อให้ช่วยออกแบบห้องครัว แต่หลังจากได้นัดพูดคุยและให้ทีมงานมาดูหน้างานจริง ผมก็สอบถามถึงส่วนอื่นๆ ในบ้านด้วยว่าถ้าอยากเพิ่มเติมสไตล์ประมาณนี้ๆ สามารถทำได้ไหม พอกลับไปทางสถาปนิกก็เขียนแบบส่งมาให้ดู แบบครอบคลุมทั้งบ้านไม่ใช่แค่ส่วนที่จะต่อเติมเท่านั้น


“เมื่อได้เห็นภาพรวมทั้งหมด ผมกับแฟนก็คุยกันว่าเราควรมีสถาปนิกมาช่วยออกแบบอย่างจริงจังแล้วล่ะ เพราะก่อนหน้านั้นเราเกือบจะทะเลาะกันหลายครั้งเวลาคุยเรื่องบ้าน เนื่องจากต่างฝ่ายต่างมีภาพในหัวที่ไม่ตรงกัน พอไม่มีแบบหรือภาพรวมให้ดู ไม่เข้าใจว่าจะออกมาเป็นยังไง จะสวยไหม จะเวิร์กหรือเปล่า เลยสื่อสารกันยาก ซึ่งถือเป็นความโชคดีที่ทีมสถาปนิกเขาเข้าใจในสิ่งที่เราต้องการ จนออกมาเป็นบ้านที่ตอบโจทย์ลงตัวทั้งสไตล์และฟังก์ชันใช้สอยต่างๆ”
ตัวบ้านมีทั้งหมด 4 ชั้น เริ่มจากชั้น 1 เดิมโครงการออกแบบกำหนดให้เป็นห้องผู้สูงอายุหรือห้องแม่บ้าน แล้วปรับมาเป็นห้องทำงานกึ่งสตูดิโอของแฟนคุณบอส ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นห้องนอนของพี่สาว ชั้น 2 เป็นพื้นที่อยู่อาศัยหลัก ประกอบไปด้วยลิฟวิงและห้องครัว ชั้น 3 เป็นห้องนอนสำหรับแขก ส่วนชั้น 4 จะเป็น Master Bedroom ทั้งยังออกแบบให้มี Walk-in Closet และพื้นที่ซักล้าง

คุณบอสยังเล่าถึงพื้นที่อยู่อาศัยหลักให้ฟังเพิ่มเติมว่า “ตามแปลนชั้น 2 บ้านตัวอย่างด้านหน้าจะเป็นห้องนั่งเล่น ด้านหลังเป็นห้องครัว แต่ด้วยความที่เราคุ้นชินกับการใช้ชีวิตในคอนโดฯ สเปซเชื่อมโยงกัน นั่งกินข้าวพร้อมดูทีวีไปด้วย จึงบอกความต้องการกับสถาปนิกให้ออกแบบโดยรวมครัวและห้องนั่งเล่นให้อยู่ในโซนเดียวกัน เพื่อให้สามารถทำอาหาร นั่งกินข้าว เสร็จแล้วก็ล้างจานให้เรียบร้อยได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องย้ายไปมาระหว่างโซน ด้านหน้าก็ทำเป็นมุมนั่งเล่นอีกหนึ่งมุม ออกแบบเป็น Open Space เชื่อมต่อพื้นที่ใช้งานทั้งหมดให้กลมกลืนเป็นเรื่องราวเดียวกัน”


“ในส่วนของครัว โจทย์ที่ให้กับทางสถาปนิกคืออยากได้ทอปครัวเป็นสเตนเลส ตอนนั้นผมกำลังอินกับสไตล์ Mid-Century และไม่ได้อยากให้บ้านดูมินิมอลหรือใช้สีขาวเยอะๆ ซึ่งไม่ค่อยตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของเราเท่าไร โดยส่วนตัวไม่ได้เป็นคนสะอาดเรียบร้อยมากนัก เลยอยากได้อะไรที่ไม่ต้องคอยระวังมาก สามารถใช้งานและดูแลทำความสะอาดง่าย สเตนเลสจึงตอบโจทย์กับความต้องการของเรา”

เคาน์เตอร์ครัวออกแบบเป็นตัวไอ (I) ชิดผนัง ดีไซน์เรียบง่าย น่าใช้งาน ให้ความรู้สึกอบอุ่นๆ ด้วยงานไม้ผสมผสานกับความเท่ ดูแข็งแรงจากสเตนเลส เข้ากันกับสีขาวที่เป็นโทนหลักของบ้านได้อย่างลงตัว เพิ่มลูกเล่นด้วยกระเบื้องกรุผนังและตู้แขวนที่ออกแบบหน้าบานให้เป็นช่อง ช่วยระบายอากาศ ลดความอับชื้น ทั้งยังเพิ่มดีไซน์ให้ครัวดูไม่เรียบเกินไปอีกด้วย
“นอกจากทอปสเตนเลสแล้วรายละเอียดอื่นๆ ทางสถาปนิกเป็นคนช่วยออกแบบให้ทั้งหมด ผมกับแฟนมีเรเฟอเรนซ์ให้ดูว่าเราอยากได้ดีไซน์ครัวสไตล์ประมาณไหน ช่องใส่จานตอนแรกเราอยากได้แบบที่ต้องฝังไว้ในผนัง แต่สุดท้ายคิดว่าชั้นวางแบบนี้น่าจะเหมาะกับพื้นที่และการใช้งานของเรามากกว่า หน้าบานตู้ครัวสถาปนิกแนะนำให้ทำเป็นแบบ Push to Open และบานเปิดแบบยกขึ้นแทนการใช้มือจับ เพื่อให้ครัวดูเรียบสะอาดตากลมกลืนไปกับผนัง”

คุณบอสเล่าต่ออีกว่า “จริงๆ เราแทบไม่ได้ปรับโครงสร้างเดิมของบ้านเลย เพราะดีไซน์โดยรวมค่อนข้างถูกใจเราอยู่แล้ว เป็นบ้านที่เปิดโล่ง มีประตูและหน้าต่างให้แสงสว่างส่องเข้ามาได้เต็มที่ ไม่ได้กั้นเป็นห้องเยอะๆ ทำให้รู้สึกโปร่งสบาย สามารถใช้งานพื้นที่ได้หลากหลาย เราเลยแค่ปรับสเปซใหม่ให้ลงตัวกับการใช้ชีวิตประจำวัน แล้วเพิ่มดีเทลให้บ้านด้วยเส้นโค้ง ซึ่งผมกับแฟนเป็นคนรีเควสต์ให้ทางสถาปนิกช่วยลดเหลี่ยมมุมบางส่วน เพื่อให้บรรยากาศภายในดูลื่นไหลและนุ่มนวลมากขึ้น ส่วนเฟอร์นิเจอร์ในบ้านส่วนใหญ่เป็นของมือสอง มีบ้างบางชิ้นที่เป็นของใหม่ ไม่ได้ยึดติดว่าต้องซื้อใหม่ทั้งหมด ขอแค่ดีไซน์เข้ากับบ้าน มีฟังก์ชันตรงกับที่เราจะใช้งาน อย่างโต๊ะกินข้าวตอนแรกจะเป็นโต๊ะกลม ผมกับแฟนไปเจอตอนเดินเล่นในงาน Made by Galaxy แล้วรู้สึกว่ามันเหมาะกับมุมนี้ดีในตอนนั้น แต่พอใช้ชีวิตในบ้านไปเรื่อยๆ เรากลับรู้สึกว่าอยากได้โต๊ะที่มีขนาดใหญ่ขึ้น จึงเปลี่ยนมาใช้ตัวนี้ที่ได้มาจากอิเกีย ซึ่งสามารถปรับขยายได้ ส่วนโต๊ะก่อนหน้านี้ก็นำไปใช้งานที่ร้านแทน”

สุดท้ายเราถามถึงความรู้สึกจากการอยู่อาศัยคอนโดฯ มายังบ้านหลังนี้ “ผมมองว่าเหมือนเป็นการขยับขยายครอบครัวไปด้วยในตัว อยากเติบโตไปพร้อมๆ กับบ้าน พอมีพื้นที่มากขึ้นเราก็อยากทำตรงนั้นตรงนี้ อยากเพิ่มนั่นเพิ่มนี่ อยากเลี้ยงหมาเพิ่มอีกสักตัว เพราะตอนอยู่คอนโดฯ มันมีข้อจำกัดหลายอย่าง แต่ที่นี่เราจะทำอะไรก็ได้
“หลายคนอาจจะมองว่าไม่ต้องตกแต่งอะไรเยอะก็ได้ ซื้อของมาวางไว้เฉยๆ ก็อยู่ได้แล้ว แต่สำหรับผมกับแฟนมองว่าถึงไม่มีใครมาเห็นบ้านเรา แต่เราต้องอยู่บ้านทุกวัน ถ้าไม่ทำให้มันดี ไม่ตกแต่งให้สวย กลับบ้านมาเราก็ต้องอยู่ในบรรยากาศแบบนั้นไปเรื่อยๆ คงไม่โอเคเท่าไร เราเลยยินดีที่จะลงทุนเพื่อให้ทุกมุมของบ้านออกมาสวย เป็นสไตล์ที่เราชอบ เวลากลับบ้านมาก็เหมือนได้ชาร์จพลังจากความเหนื่อยล้า รู้สึกว่าที่นี่แหละคือบ้านของเราจริงๆ”





