ว่ากันว่าทุกคนมีจังหวะชีวิตของตัวเอง เช่นเดียวกับคุณแอน-ปภัสรินทร์ และคุณสอง-โชติธนินท์ อรุณเมธินเมศร์ หลังจากอยู่อาศัยที่จังหวัดภูเก็ตมากว่า 10 ปี ทั้งสองคนตัดสินใจขยับขยายย้ายกลับมาสร้างบ้านหลังใหม่หลังนี้ที่จังหวัดนครปฐม ไม่เพียงใกล้กรุงเทพฯ เดินทางได้สะดวกสบาย แต่ยังเป็นบ้านในฝันที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของครอบครัวได้อย่างลงตัวพอดิบพอดี คุณแอนบอกว่า “ไม่มากไม่น้อยเกินไป กำลังอบอุ่น”

เราออกเดินทางไปบ้านคุณแอนในเช้าวันที่อากาศดี มีแสงแดดอ่อนๆ พวกเราเลยพากันมานั่งพูดคุยรับลมเย็นสบายๆ อยู่บริเวณสนามหญ้าหน้าบ้าน คุณแอนเล่าให้ฟังอย่างเป็นกันเองว่า “ก่อนหน้านี้เราใช้ชีวิตอยู่ภูเก็ตมาประมาณ 10 ปี ทำงานประจำเป็นพนักงานสายการบินด้วยกันทั้งคู่ หลังจากมีสถานการณ์โควิดเลยเริ่มทำเพจ ทำคอนเทนต์ออนไลน์ แล้วเป็นจังหวะที่เรามีลูก อยากใช้เวลาอยู่กับเขาให้เต็มที่ เป็นคุณพ่อคุณแม่ฟูลไทม์ จึงลาออกมาทำอินฟลูเอนเซอร์เต็มตัว ประจวบกับได้ที่ดินผืนนี้มาพอดี เลยคุยกันกับพี่สอง ถ้าอย่างนั้นเราก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ภูเก็ตแล้ว เพราะเราสามารถทำงานที่ไหนก็ได้ อีกอย่างคือบ้านที่ภูเก็ตเป็นทาวน์โฮม พื้นที่ค่อนข้างจำกัด แต่ในขณะเดียวกันเรามีลูก 2 คน และยังเลี้ยงสุนัขด้วย เคยคิดไว้เหมือนกันว่าอยากมีบ้านที่มีบริเวณกว้างๆ มีสนามหญ้าให้เด็กๆ วิ่งเล่น จึงตัดสินใจย้ายกลับมาอยู่บ้านของพี่สองที่จังหวัดนครปฐม”


จากที่ดินเปล่าทั้งสองคนช่วยกันออกแบบ ค่อยๆ เติม ค่อยๆ สร้าง จนบ้านเริ่มเป็นรูปเป็นร่างอย่างที่ใจต้องการ “ตอนแรกเราจะสร้างบ้านหลังใหญ่ไว้ด้านใน ส่วนด้านหน้าทำเป็นออฟฟิศเล็กๆ เอาไว้ทำงานระหว่างรอสร้างบ้าน แล้วพอดีเจ้าของที่ดินแปลงด้านหน้าซึ่งเป็นแปลงที่ติดถนน เขาตัดสินใจขาย ถ้าเราไม่ซื้อไว้ในอนาคตอาจจะมีคนมาสร้างอะไรปิดทางเข้าออก เลยเอางบสร้างบ้านหลังใหญ่ไปซื้อที่ดินก่อน” คุณสองเล่าเพิ่มเติม
ออฟฟิศจึงกลายมาเป็นทั้ง “โฮม” และ “สตูดิโอ” ไปโดยปริยาย “นอกจากเป็นสตูดิโอไว้ถ่ายคอนเทนต์แล้ว อีกโจทย์คือเราต้องอยู่อาศัยระหว่างรอบ้านหลังใหญ่สร้างเสร็จ ช่างบอกว่าใช้เวลาประมาณ 1 ปี แอนเลยพยายามออกแบบภายในให้มีฟังก์ชันใช้สอยครบ สามารถใช้งานจริงได้ทุกส่วน ถ่ายรูปทำงานได้ทุกมุม เน้นแสงธรรมชาติ มีประตูหน้าต่างรอบบ้าน”


ตัวบ้านดีไซน์เป็นทรงกล่อง เรียบง่าย สไตล์มินิมอลผสมผสานกับสไตล์อังกฤษ ด้านหน้ามีระเบียงไว้นั่งเล่น เลือกใช้ประตูบานเฟี้ยมด้านหน้าที่สามารถเปิดกว้างเพื่อรับลม รับแสงสว่างได้อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันเวลาปิดก็ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นกรอบหน้าต่างบานใหญ่ ช่วยให้บ้านดูโปร่งโล่ง ไม่มืดทึบ ทั้งยังมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังเพิ่มทางเข้าออกง่ายๆ ด้วยประตูด้านข้างที่มีกิมมิกเป็นรูปทรงโค้ง เพิ่มมิติให้บ้านดูละมุน อบอุ่น ส่วนภายในมีลิฟวิงเป็นพื้นที่ใช้งานหลักไว้นั่งเล่น ทำงาน และตอนกลางคืนมุมนี้จะถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นห้องนอน โดยมีโซฟาเบดเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเอก ปรับเป็นโซฟานั่งหรือที่นอนก็ได้ทั้งฟังก์ชันและประหยัดพื้นที่
“หลังจากอยู่อาศัยไปได้สักพักเราก็ผูกพัน และรู้สึกว่าขนาดบ้านเท่านี้มันก็ลงตัว กำลังพอดีกับสมาชิกครอบครัว 4 คนพ่อแม่ลูก เลยตัดสินใจว่าจะอยู่กันตรงนี้ ไม่สร้างบ้านหลังใหญ่แล้ว เราเลยต้องต่อเติมห้องครัวและโซนซักล้างด้านหลังเพิ่ม เนื่องจากครัวในบ้านมีขนาดเล็ก ไม่ค่อยตอบโจทย์เรื่องการใช้งาน”


คุณแอนบอกว่านี่ถือเป็นห้องครัวที่ 3 แล้ว ครัวแรกเป็นครัวบ้านที่ภูเก็ต ครัวที่สองคือครัวในบ้าน (หลังนี้) ประสบการณ์จากการใช้งานครัวที่ผ่านมาจึงถูกนำมาปรับใช้ในการต่อเติมห้องครัวใหม่ “โจทย์แรกคือเราอยากเดินจากในบ้านเข้าสู่ห้องครัวได้เลยโดยไม่ต้องมีประตู แอนรู้สึกว่าถ้ามีประตูจะทำให้บ้านอึดอัด อีกข้อคือต้องเป็นครัวสีขาว มีแสงเข้า มีหลังคาสูง” คุณสองช่วยอธิบายเพิ่มเติมว่า “ปัญหาของห้องครัวที่ภูเก็ตคือหลังคาเตี้ยและเป็นกระเบื้องโปร่งแสง ครัวเลยค่อนข้างร้อน ส่วนทอปเคาน์เตอร์ครัวเป็นไม้ทั้งหมดทำให้มีปัญหาเรื่องความชื้นบ้าง เชื้อราบ้าง”



“ครัวในบ้านเป็นครัวบิลต์อิน ใช้สำหรับทำอาหารง่ายๆ เลยออกแบบครัวหลังบ้านเป็นเคาน์เตอร์ปูนเปลือยขัดมันสีขาวให้มู้ดมันแตกต่างกัน ไม่ต้องกังวลว่าจะมีปัญหาเรื่องทอปเคาน์เตอร์ ดีไซน์ช่องใส่ของแบบเปิดโล่งแทนการทำตู้หน้าบานปิด เราสามารถถอดซักทำความสะอาดหรือเปลี่ยนผ้ามามิกซ์แอนด์แมตช์ตกแต่งตามเทศกาล หรือเพิ่มสีสันให้บรรยากาศครัวดูสนุกสนานไม่น่าเบื่อ ส่วนฟังก์ชันเน้นทำครัวหนัก เราใช้งานครัวกันจริงจังตั้งแต่อยู่ภูเก็ตแล้ว เพราะเป็นคนชอบทำอาหาร ยิ่งพอมีลูกแอนก็จะทำกับข้าวให้เด็กๆ ทั้งมื้อเช้า กลางวัน เย็น”
“อีกอย่างน้องแอนเป็นคนใต้ด้วย เวลาทำอาหารเครื่องแกงใต้ก็ขึ้นชื่อเรื่องรสจัด กลิ่นแรง เครื่องดูดควันอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ ห้องครัวเราเลยออกแบบให้มีประตู 2 ด้านไว้เปิดระบายกลิ่น ช่วยให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก สามารถเดินออกไปโซนซักล้าง และมุมนั่งเล่นเอาต์ดอร์ บางวันเราก็เอาโต๊ะออกไปกางกินข้าว ปิ้งย่าง ทำหมูกระทะกินกัน มันเป็นพื้นที่ที่เราคิดไว้ตั้งแต่แรกเลยว่าจะต้องมี เพื่อให้สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องกันกับห้องครัว” คุณสองช่วยเล่าเสริม


เราถามต่อถึงไอเดียการออกแบบโซนซักล้าง “เป็นประสบการณ์จากบ้านที่ภูเก็ตเหมือนกัน เนื่องจากภูเก็ตฝนตกบ่อย เราเลยทำหลังคาใสตรงส่วนซักล้าง สามารถตากผ้าได้โดยไม่ต้องกังวลว่าผ้าจะเปียก ไม่ต้องคอยเก็บเข้าเก็บออกให้ยุ่งยาก จึงนำไอเดียมาใช้กับบ้านหลังนี้ด้วย ถึงแม้ที่นี่จะมีพื้นที่ให้สามารถตากผ้าด้านนอกได้ แต่แอนก็ยังอยากทำเป็นหลังคาใส เพราะให้ความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติ มองออกไปเห็นท้องฟ้า เห็นต้นไม้ที่เราปลูกไว้”


พูดคุยกันมาถึงตรงนี้ดูเหมือนว่าแพลนที่วางไว้จะเปลี่ยนไปจากตอนแรกเริ่ม บ้านหลังใหญ่ในวันนั้นสู่บ้านขนาดกะทัดรัดในวันนี้ “พอได้อยู่บ้านหลังเล็กแอนรู้สึกว่ามันตอบโจทย์ ทำความสะอาดง่าย ทำได้ทุกวัน ไม่เหนื่อย (หัวเราะ) ตอนอยู่ภูเก็ตเราต้องมีแบ่งวันว่าวันนี้ทำความสะอาดชั้นล่างนะ พรุ่งนี้ทำความสะอาดชั้นบน วันต่อมาเก็บห้องครัว วันถัดไปค่อยล้างห้องน้ำ แต่ที่นี่ทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยภายในวันเดียว บ้านสะอาดพร้อมถ่ายงานตลอดเวลาโดยที่ไม่ต้องเคลื่อนย้ายอะไรมาก เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ เราก็ช่วยเลือกกันเองทั้งหมด น้อยชิ้นแต่ตอบโจทย์การใช้งาน เนื่องจากบ้านมีพื้นที่เท่านี้ต้องเลือกของใช้ที่มัลติฟังก์ชัน พับเก็บได้ เพื่อให้เหลือสเปซไว้สำหรับทำอย่างอื่นได้ด้วย
“อย่างเด็กๆ เองก็จะมีพื้นที่ของเขา มีสนามหญ้าให้วิ่งเล่น ส่วนเราสองคนก็รู้สึกว่ามันเติมเต็มความฝันที่อยากมีบ้านที่มีพื้นที่ให้ปลูกต้นไม้ ทำสวน เลี้ยงสัตว์ เพราะเราต่างก็โตมากับบ้านสวน ถ้าจะให้นิยามบ้านหลังนี้ แอนว่าคือ ‘ความอบอุ่น’ การที่เราได้เห็นแปลนบ้านค่อยๆ เพิ่มมาทีละส่วน ทีละโซนจนเต็มพื้นที่ โดยไม่ได้จำกัดว่าขนาดของบ้านต้องเล็กหรือใหญ่ แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว”





