สวนผักที่เริ่มต้นจากสวนกุหลาบเล็กๆ ของพี่สาวของเชฟนาย-มนัชญา กุลพงษ์วดี ที่มีพืชผักสวนครัว สมุนไพร ไปจนถึงดอกไม้กินได้อีกหลากหลายชนิด นอกจากได้ผลผลิตที่มั่นใจได้ว่าปลอดภัยจากสารเคมีและยาฆ่าแมลงต่างๆ แล้ว การปลูกต้นไม้ยังเป็นกิจกรรมและงานอดิเรกชุบชูใจสมาชิกทุกคนในครอบครัว และเชฟนายยังนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการทำ Chef’s Table และเมนูอาหารของร้าน Merit Food Hub อีกด้วย

เริ่มต้นจากปลูกกุหลาบแล้วดีต่อใจ สวนนี้เริ่มต้นจากพี่สาวทดลองปลูกกุหลาบซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยฮีลใจเขาจากภาวะซึมเศร้า เหมือนได้แรงใจใหม่ๆ ออกมาเดินเล่นรับแสงแดด เห็นกุหลาบค่อยๆ เติบโต อารมณ์และสุขภาพใจของเขาก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นเราก็เริ่มขอให้พี่สาวปลูกผักสวนครัวให้บ้าง เรารู้ว่าจะนำผักแต่ละชนิดมาทำเมนูอาหารอะไร แต่เราปลูกไม่เป็น (หัวเราะ) เลยให้พี่สาวช่วยปลูกแทน เขาถามว่าอยากให้ปลูกอะไร เราบอกว่าเพิ่งไปเรียนเรื่องผักชนิดนี้มาน่าสนใจดี อยากลองนำมาใช้เสิร์ฟ Chef’s Table หรือทำอาหารกินกันเอง เราเลยเน้นปลูกแบบพอใช้ ค่อยๆ เพิ่มมาทีละอย่างสองอย่าง ผักบางชนิดที่หาซื้อยากในกรุงเทพฯ เราก็เอามาปลูกไว้ใช้เอง



สวนผสมผสานของครอบครัว ตอนนี้ผักในสวนมีราว 30 ชนิด บางชนิดมีหลายสายพันธุ์ เช่น กะเพราที่มีทั้งกะเพราเขียวที่ใช้ในเมนูผัดกะเพรา และกะเพราแดงที่ใช้ผัดกะเพราเนื้อซึ่งมีกลิ่นแรงกว่า ช่วยกลบกลิ่นเนื้อสัตว์ได้ดี นอกจากผักสวนครัวแล้วยังมีสมุนไพร ดอกไม้กินได้ ส่วนใหญ่เน้นปลูกที่เราจะนำมาใช้กับ Chef’s Table และตกแต่งจานอาหาร โดยเฉพาะกุหลาบ ในช่วงแรกของการปลูกพี่สาวเราจะเลือกสายพันธุ์จากลักษณะกลีบดอกที่ชอบอย่าง แอน โซฟี (Anne Sophie) ชัวร์เอมฯ (Soeur Emmanuelle) หรือดูแล้วว่าเป็นพันธุ์ที่ปลูกง่าย มีโรคน้อย หลังจากนั้นพอเราใช้กุหลาบมาปรุงอาหารมากขึ้นจึงให้พี่สาวช่วยปลูกพวกกุหลาบมอญ อาทิ มอญไกลกังวล ที่มีกลิ่นหวานต่างจากกุหลาบสายพันธุ์ฝรั่งที่จะมีกลิ่นหอมออกโทนตะไคร้ พริกเกลือ จะไม่ค่อยเหมาะกับการทำอาหารของเรา (มีปลูกกุหลาบการ์เดียนแองเจิลไว้บริเวณหน้าบ้านด้วย ว่ากันว่าเป็นต้นไม้ที่ช่วยปกปักรักษา)


นอกจากกุหลาบหลายสายพันธุ์แล้วยังมีดอกไม้กินได้อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นต้นพวงชมพูที่มีทั้งสีชมพูและสีขาว อัญชันซึ่งเป็นดอกไม้ที่เราใช้บ่อย เพราะมีสารแอนโทไซยานินสูง เหมาะนำมาทำเมนูเพื่อสุขภาพ และยังออกดอกแทบทุกวัน เราสามารถเก็บมาตากแห้งไว้ใช้งานได้ตลอด ต้นมานูก้าที่ให้ดอกเล็กๆ น่ารัก มาร์กาเร็ตสีม่วง เข็มอินเดีย จันทร์เสี้ยว กรรณิการ์ ดอกอูน กระเจี๊ยบแดง กระดุมทอง ยี่เข่ง (และอื่นๆ อีกมากมาย) ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถนำมาใช้ทำอาหารได้ และช่วยเติมสีสันให้สวนดูมีชีวิตชีวา


ปลูกแบบปลอดสารเคมีและยาฆ่าแมลง จุดประสงค์ของเราหลักๆ คือปลูกกินเอง ใช้เองเลย ไม่ใช้สารเคมีหรือยาฆ่าแมลง อีกอย่างเวลาเราทำ Chef’s Table ก็อยากให้ทุกคนได้กินอาหารที่ปลอดภัย มั่นใจได้ เราใช้น้ำส้มควันไม้ฉีดไล่แมลง ให้ฮอร์โมนไข่ที่เราหมักเอง ใช้ปุ๋ยคอก ปุ๋ยมูลควาย และปุ๋ยที่เราหมักจากเศษอาหารในบ้าน เช่น เปลือกไข่ นำมาล้างแล้วผึ่งแดดให้แห้งฆ่าเชื้อก่อนนำมาบดโรยหน้าดินเพื่อเติมแคลเซียมให้ดิน เปลือกไข่บดหยาบยังช่วยป้องกันศัตรูพืชอย่างหอยทากได้ด้วย กากกาแฟจากร้านมีฤทธิ์เราก็เอามาตากแดดให้แห้งแล้วผสมกับดินช่วยเพิ่มแร่ธาตุ เราเพิ่งมาเข้าใจตอนที่ได้ปลูกต้นไม้กินเองว่าดินก็คืออาหารของต้นไม้เหมือนที่เราต้องกินข้าว เราจึงต้องเติมสารอาหารให้ดินเพื่อช่วยให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้ดี ในแต่ละฤดูก็จะมีเรื่องที่ต้องดูแลเป็นพิเศษต่างกันไป ฤดูนี้ต้องระวังเพลี้ยไฟ ฤดูฝนต้องคอยเอาต้นไม้หลบเข้าที่ร่ม อย่างก่อนหน้านี้ต้นมานูก้าเราปลูกลงดินไว้ แต่พอฝนตกหนักเขาคายน้ำไม่ทัน เลยเปลี่ยนมาปลูกในกระถางแล้ววางหลบฝนไว้ ข้อดีของการปลูกในกระถางคือช่วยให้ดูแลง่ายและเคลื่อนย้ายสะดวก สวนเราจึงเน้นปลูกลงกระถาง อาศัยหมั่นเติมดินและเปลี่ยนดินอย่างสม่ำเสมอ



ปล่อยให้ธรรมชาติจัดการกันเอง เราสังเกตว่าถ้าปลูกกุหลาบหรือไม้ดอกคู่กับผักสวนครัวจะได้ผลผลิตค่อนข้างดี เหมือนเขาช่วยกันดึงแมลง ถ้าปลูกกะเพราไว้ใกล้กุหลาบ พวกแมลงจะไปตอมกะเพรามากกว่า พอเราปลูกแบบผสมผสาน ไม่ได้ใช้สารเคมี ธรรมชาติก็จะมีวิธีจัดการกันเอง แมลงต่างๆ ก็มีความสำคัญในบริบทของเขา เคยมีผึ้งมาทำรังที่ต้นรวงผึ้ง เราก็ปล่อยเขาไม่ได้ทำอะไร สุดท้ายเขาก็ย้ายรังไปกันเอง ก่อนหน้านี้ระบบนิเวศของผึ้งมันหายไป พอเราได้เห็นผึ้งมาทำรังในบ้านก็ดีใจเหมือนเป็นโฮสเทลเล็กๆ ให้เหล่าแมลง


“สุดท้ายสวนเล็กๆ ในบ้านมันกลายเป็นเหมือนพื้นที่ฮีลใจของทุกคนในครอบครัว คุณแม่ได้ออกมาเดินตัดดอกไม้ตอนเย็น เราออกไปเก็บผัก ส่วนพี่สาวก็เป็นสิ่งที่ชุบชูใจเขา ที่สำคัญคือมีผักสดปลอดสารเคมีไว้กินเอง ปลอดภัยและดีต่อใจ”





