ปลูก ทดลอง เรียนรู้ เรื่องเล่าจาก “ลลิต คิดทำสวน”

คุณลาลิตย์ และคุณสมคิด นาราวิโรจน์ เริ่มต้นจากปลูกผักกินเองในพื้นที่หลังบ้าน ก่อนจะขยับขยายเป็นลลิต คิดทำสวน เป็นทั้งสวนและพื้นที่ทดลองปลูกโดยไม่มีข้อจำกัดหรือสูตรสำเร็จ เพียงแค่ลงมือทำ ลงมือปลูก โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การปรุงวัสดุปลูก ไม่ใช้ยาฆ่าแมลงและสารเคมี เน้นการทำสวนแบบพึ่งพาตนเองและใส่ใจ เพื่อแบ่งปันพืชผักสดใหม่จากสวนให้ทุกคนได้กิน

จากการปลูกผักเป็นงานอดิเรก
ก่อนจะมาทำสวนเต็มตัว ผมเป็นดีไซเนอร์ อาร์ตไดเรกเตอร์ให้กับบริษัทโฆษณาและอินเฮาส์ค่ายเพลง รวมถึงเป็นอาจารย์พิเศษสอนด้านออกแบบ เราเริ่มจากปลูกผักกินเองที่บ้านในกระถางเล็กๆ จนกระทั่งช่วงโควิดที่ทุกคนต้องอยู่บ้าน พอมีเวลาก็เป็นจุดเปลี่ยนให้เราหันมาปลูกอย่างจริงจัง นอกจากไว้กินเองก็แบ่งปันเพื่อนๆ ด้วย จนทุกคนบอกให้ปลูกขาย ประจวบเหมาะกับมีที่ดินของบ้านแฟนอยู่ที่ปากช่องไม่ได้ทำอะไร ซึ่งเดิมเคยปลูกเมลอนไว้ประมาณ 10 โรงเรือน เรามองเห็นถึงโอกาสจึงขยับขยายมาใช้พื้นที่นี้ในการทดลองปลูก จนกลายเป็นลลิต คิดทำสวน

เริ่มต้นสนใจเรื่องบ้านดินสู่ความเข้าใจเรื่องวัสดุปลูก
แรกเริ่มผมมีความสนใจเรื่องทฤษฎีบ้านดิน เพราะอยากมีบ้านของตัวเองโดยไม่ต้องลงทุนสูง ออกแบบเอง ทำบ้านเอง ซึ่งพอได้ไปเรียนรู้จริงๆ ก็พบว่ามันยากเกินกำลังที่จะทำคนเดียว แต่สิ่งที่ได้ติดตัวมาคือความเข้าใจเรื่องดินว่าดินที่ใช้ถมบ้านนั้นไม่มีคุณภาพ เลยเริ่มหันมาปรับปรุงดินตรงพื้นที่หลังบ้านให้มีคุณภาพเพื่อที่ต้นไม้จะได้เติบโตสวยงาม โดยเริ่มจากการหมักดินและคัดแยกขยะเพื่อทำปุ๋ย ทำหลุมเป็นแบบคีย์โฮล (Keyhole) ที่เราศึกษาเองจากข้อมูลในอินเทอร์เน็ต เมื่อดินมีคุณภาพต้นไม้ที่ปลูกก็สวย ผักที่ลงไว้ก็งาม จนนำไปสู่การเรียนรู้เรื่องการทำปุ๋ยหมักอย่างจริงจังและต่อยอดนำมาใช้กับที่สวนนี้ด้วย

หัวใจสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ดินเพียงอย่างเดียว แต่คือการผสมดินหรือวัสดุปลูกให้เหมาะสม ต้องมีอินทรียวัตถุสูง เช่น เศษใบไม้ กิ่งไม้ ช่วยสร้างโพรงอากาศไม่ให้ดินเกาะตัวกันจนแน่นเกินไป เพื่อให้เกิด Activity ของจุลินทรีย์ภายในดิน กลายเป็นแร่ธาตุอาหารให้กับต้นไม้หรือพืชผักที่เราปลูก

ให้พื้นที่สวนเป็นเหมือนสนามเด็กเล่น
ตอนอยู่กรุงเทพฯ เราเริ่มจากปลูกผักสวนครัวอย่างกะเพรา โหระพา เหมือนจะง่ายแต่สิ่งที่เจอคือปัญหาเรื่องแมลง พยายามปลูกเท่าไรก็ไม่ประสบความสำเร็จ อาจจะเพราะเรายังไม่มีความรู้มากพอ จากนั้นเลยหันมาปลูกผักสลัด ปลูกง่ายและมีศัตรูพืชน้อยกว่า พอเริ่มมีประสบการณ์มากขึ้นก็ทำให้เรารู้ว่าผักสวนครัวที่มีกลิ่นจะดึงดูดแมลงจึงต้องการการดูแลมากกว่า หมั่นใส่ปุ๋ย พ่นควันไม้ไล่แมลง

ที่สวนลลิตเราจะปลูกผักสลัดกับกล้วยขายเป็นหลัก ส่วนไม้ผลอื่นอย่างมะม่วง มะนาว อะโวคาโด ถ้าย้อนกลับไปช่วงแรกที่นี่ผมเริ่มจากปลูกต้นมัลเบอร์รี ตอนกิ่ง ปักชำเอง ปัจจุบันมีหลายร้อยต้น นอกจากนี้ยังมีผัก ผลไม้ ดอกไม้ที่เราทดลองปลูกไปเรื่อยๆ สำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้างก็ไม่เป็นไร ปลูกมันญี่ปุ่นครั้งแรกไม่มีหัว เพราะยังไม่รู้ช่วงเวลาที่ควรเก็บ ปลูกแครอตพอขุดขึ้นมาหัวมันแคระแกร็น งอๆ ทำให้เรารู้ว่าดินตรงนี้แน่นเกินไป ถ้าจะปลูกใหม่ก็ต้องผสมทรายหรือปรุงดินให้โปร่งมากขึ้น สวนนี้เลยเป็นเหมือนสนามเด็กเล่นให้ได้ลองผิดลองถูก อยากรู้อะไรก็ลงมือทำ อยากลองปลูกอะไรก็แค่ปลูก ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาเราทดลองปลูกมาเยอะมาก ในขณะเดียวกันก็ทำให้เรามีประสบการณ์มากขึ้นด้วย บางอย่างที่ปลูกแล้วรู้สึกว่าเกินกำลังหรือไม่ได้จริงๆ เราก็แค่เลิกแล้วเปลี่ยนไปทดลองปลูกอย่างอื่นแทน นอกจากนี้ก็ต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา

ทำเท่าที่ไหวบนพื้นฐานของการพึ่งพาตนเองและชุมชน
เราไม่ได้ทำอะไรที่ใหญ่เกินตัว ทำเท่าที่ไหวจริงๆ ไม่อย่างนั้นเราจะเริ่มไม่มีความสุขกับมันหรือถึงจะเหนื่อยแต่ก็ยังอยากทำอยู่ โดยมีแนวคิดในการทำเกษตรแบบพึ่งพาตัวเองก่อน ดินเราก็ผสมเอง ปุ๋ยหมักก็ทำเอง และด้วยความที่เราปลูกแบบไม่ใช้สารเคมี คุณลุงที่เลี้ยงวัวอยู่แถวนี้ก็จะมาขอตัดหญ้าไปให้วัวกิน เราก็ไปขอมูลวัวมาทำปุ๋ย ด้านหน้าทางเข้าสวนจะมีต้นกระถินขึ้นเป็นป่ารกก็จะมีคนมาขอตัดไปทำฟืนขายเราก็ให้เข้ามาตัด ในขณะเดียวกันก็เป็นการช่วยเราปรับพื้นที่ไปด้วย เราก็ไม่ต้องเหนื่อยตัดเองหรือจ้างคนมาตัด ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันในชุมชน อย่างน้ำส้มควันไม้หรือน้ำหมักเราก็ทำเอง ใช้ต้นสะเดา ต้นคูนที่อยู่ในสวนมาทำเป็นสารชีวภัณฑ์ ต้นทุนการผลิตส่วนใหญ่จะมีแค่เมล็ดพันธุ์ ซึ่งเราไม่ได้ซื้อที่มีราคาสูง อะโวคาโดเราก็ปลูกโดยใช้วิธีเพาะเมล็ดซึ่งทั่วไปไม่นิยมกันเนื่องจากเก็บผลผลิตได้ช้าและมีโอกาสกลายพันธุ์สูง เราปลูกไว้ประมาณ 10 ต้น ตอนนี้มี 2 ต้นกำลังออกดอกอยู่ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นสายพันธุ์อะไร (หัวเราะ) อย่างที่บอกว่าเราเน้นปลูกไว้กินเอง แจกครอบครัว เพื่อนๆ ลูกค้าก็เป็นคนรู้จักกัน

สำหรับใครที่อยากเริ่มปลูกผักกินเอง อยากให้เริ่มจากพื้นที่เล็กๆ ก่อน เลือกปลูกอะไรที่ดูแลง่าย ไม่ต้องลงทุนเยอะ หัวใจสำคัญอยู่ที่ความใส่ใจและการดูแลอย่างสม่ำเสมอ ปรุงดินง่ายๆ จากเศษใบไม้ กิ่งไม้ รอให้มันย่อยสลาย อาจจะต้องใช้เวลาหน่อย ถ้าไม่มีมูลวัวก็ไม่เป็นไร ผลลัพธ์อาจจะไม่ดีเท่าแต่ไม่แย่แน่นอน