ออกแบบบ้านเพื่อสุนัข ชมบ้าน Pet-friendly ที่ใช้พื้นปูนสกิมเพื่อสมาชิก 4 ขา เดินสบาย

เรื่องราวของบ้านหลังนี้เริ่มต้นจากการที่คุณปาล์มและพี่ชายได้เข้ามาดูที่ดินผืนนี้ ซึ่งเดิมทีเป็นที่ดินของป้าท่านหนึ่ง โดยสภาพเดิมมีบ้านไม้ตั้งอยู่ด้านหน้า ส่วนด้านหลังถูกออกแบบให้เป็นห้องเช่า ทั้งคู่ตั้งใจจะพัฒนาที่นี่ให้เป็นธุรกิจอพาร์ตเมนต์ตามรอยครอบครัว

แต่เมื่อวิกฤตการณ์โควิด-19 มาถึง และโครงสร้างประชากรเปลี่ยนไป ความคิดของทั้งคู่ก็เปลี่ยนตามไปด้วย จากที่วางแผนไว้เป็นธุรกิจกลับกลายเป็นคำถามสำคัญถึงนิยามความสุข จนได้ข้อตกลงร่วมกันว่า “เราทำบ้านอยู่กันเองดีกว่า”

ในเชิงสถาปัตยกรรม บ้านหลังนี้คือการ Adaptive Reuse ที่ชาญฉลาด แทนที่จะทุบทิ้งทั้งหมด คุณปาล์มเลือกเก็บโครงสร้างตึกแถวรูปตัวแอล (L-Shape) เดิมที่ยังแข็งแรงเอาไว้ แล้วรื้อถอนบ้านไม้เก่าด้านหน้าเพื่อสร้างส่วนต่อขยายใหม่ เชื่อมโยงอดีตและปัจจุบันเข้าด้วยกัน โดยมีโจทย์สำคัญคือ “ภายนอกดูเหมือนบ้านหลังใหญ่หลังเดียว แต่ภายในแบ่งครึ่งเพื่อสะท้อนตัวตนที่แตกต่าง” พื้นที่ฝั่งของบ้านคุณปาล์ม-ธีรพล ธนมณฑล และ คุณโมโม-เปลี่ยนกาล ไตรคุ้มพันธุ์ โดดเด่นด้วยโทนสีเทาดำเคร่งขรึม ขณะที่บ้านฝั่งของคุณปอนด์ (พี่ชาย) เลือกใช้สีขาวสะอาดตา

ความโปร่งโล่งที่ไร้รอยต่อ

เมื่อก้าวเข้าสู่พื้นที่ภายใน ความรู้สึกแรกคือ ความโปร่งโล่งแบบ Double Volume ที่เปิดเชื่อมพื้นที่ส่วนครัว ห้องนั่งเล่น และมุมรับประทานอาหารเข้าด้วยกันแบบ Open Space ตามความต้องการของคุณโมที่ขอตัดผนังกั้นห้องออก เพื่อให้สามารถมองเห็นกันได้

อีกหนึ่งไฮไลต์ของบ้านหลังนี้คือ การเลือกใช้ “ปูนสกิม (Skim Coat)” สำหรับพื้นทั้งหมด เพื่อสร้างความรู้สึก Seamless ไร้รอยต่อของยาแนว “เราอยากได้ความดิบแบบลอฟต์ที่เนี้ยบขึ้น พื้นปูนสกิมให้ผิวสัมผัสกึ่งแมท ซาติน ไม่ลื่น และที่สำคัญคือออกแบบเพื่อให้เราน์เตอร์ (สุนัขคู่ใจ) เดินได้สะดวก คุณปาล์มเล่าถึงเหตุผลที่ใส่ใจในทุกย่างก้าว

สัจจะวัสดุและฟังก์ชันที่ขยับขยายได้

ใจกลางของบ้านถูกนิยามผ่านครัวสเตนเลสจากแบรนด์ Sanki ที่ตั้งอยู่อย่างโดดเด่น ทั้งคู่เลือกใช้ชุดครัวสเตนเลสเพราะมองว่าเป็น “สัจจะวัสดุ” ที่สะท้อนความจริงของเนื้อแท้และเข้ากับคอนเซ็ปต์บ้านได้ดีที่สุด ด้วยคุณสมบัติที่แข็งแรง ป้องกันความชื้น ทำความสะอาดง่าย และตอบโจทย์การทำอาหารหนักได้จริง

ในด้านการบริหารจัดการ ทั้งคู่เลือกใช้ชุดครัวแบบสำเร็จรูปที่ผลิตตามมาตรฐาน แล้วนำมาจัดวางแบบโมดูล (Module) ให้พอดีกับขนาดพื้นที่ที่มีอยู่ ซึ่งนอกจากจะช่วยให้งานจบไวเหมือนการยกมาวางแล้วจบเลย ยังช่วยควบคุมงบประมาณได้ดีกว่างานสั่งทำพิเศษ โดยที่ยังได้ฟังก์ชันการใช้งานที่สมบูรณ์แบบ

โดยคุณโมได้เสริมในมุมของผู้ใช้งานจริงว่า “โมชอบล้างจานมาก เลยขออ่างล้างจานที่ลึกเป็นพิเศษ มุมนี้จึงกลายเป็นพื้นที่โปรดที่ช่วยให้เราได้หยุดพัก และเรียบเรียงความคิดระหว่างวันได้เป็นอย่างดี”

ถัดจากโซนล้างจาน คือ Matcha Corner ที่จัดวางอุปกรณ์ชงมัทฉะไว้อย่างประณีต เป็นมุมที่ผสมผสานความเรียบง่ายจากตู้ IKEA เข้ากับงาน DIY ชั้นไม้ทาสีดำฝีมือของคุณปาล์มได้อย่างลงตัวรวมถึงไอส์แลนด์เตรียมอาหารที่เพิ่มเทกซ์เจอร์ด้วยแผ่น WPC ช่วยเปลี่ยนความแข็งกระด้างของสเตนเลสให้ดูมีสไตล์และอบอุ่นขึ้นอย่างน่าสนใจ

หนังสือ แสงแดด และลมหายใจของบ้าน

องค์ประกอบสำคัญที่เติมเต็มความอบอุ่นให้บ้านโทนสีเทาหลังนี้คือ “ชั้นหนังสือลอยตัว” ขนาดใหญ่ที่คุณโมยืนยันว่าต้องเป็นแบบไร้หน้าบาน เพราะเสน่ห์ของการได้เห็นสันปกหนังสือเรียงราย และการได้สัมผัสเนื้อกระดาษ คือความสุขทางใจที่ประเมินค่าไม่ได้

ในส่วนของงานสถาปัตยกรรม แม้ตัวบ้านจะหันหน้าไปทางทิศใต้เพื่อรับลมตลอดปี แต่การจัดการเรื่องแสงแดดก็เป็นโจทย์ใหญ่ เดิมทีสถาปนิกออกแบบฟาซาด เพื่อช่วยกรองความร้อน แต่เมื่อต้องปรับเปลี่ยนตามงบประมาณ ทำให้ฟาซาดถูกตัดออกไป และเหลือหน้าต่างเพียงฝั่งเดียวในตอนแรก เพื่อให้พื้นที่นั่งทำงานไม่ทึบตันจนเกินไป ทั้งคู่จึงตัดสินใจเพิ่มช่องหน้าต่างในตำแหน่งที่นั่งทำงานพอดี แม้สถาปนิกจะกังวลเรื่องความร้อน แต่ความต้องการที่จะทอดสายตามองเห็น “ต้นลิ้นจี่ป่า” ลำต้นเกลียวสวยราวกับงานศิลปะที่เติบโตขึ้นจากเมล็ดบนที่ดินผืนนี้ ก็กลายเป็นเหตุผลที่สำคัญกว่า

“หน้าต่างเดิมตามแบบจะเป็นบานตายที่เปิดไม่ได้ทั้งบนและล่าง แต่พอเราต้องเอาฟาซาดออกเพราะเรื่องงบฯ สถาปนิกก็ไม่อยากให้มีหน้าต่างตรงนี้เพื่อกันความร้อน แต่พอเรามานั่งทำงานจริงๆ เราอยากมองเห็นข้างนอก เพื่อให้สามารถทอดสายตามองเห็น ‘ต้นลิ้นจี่ป่า’ ได้ถนัดตา” ทั้งคู่จึงตัดสินใจเพิ่มช่องหน้าต่างแนวยาว (Horizontal Strip Window) คาดผ่านผนังในระดับพอดีสายตา ฟอร์มที่เรียบง่ายแต่เฉียบคมนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดทอนความทึบตันของผนังคอนกรีต แต่ยังทำหน้าที่เป็นเหมือนช่องแสงที่ช่วยดึงเอาทัศนียภาพของสวนหินและฟอร์มต้นไม้ด้านนอกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ทำงานภายในบ้านได้อย่างลงตัว”

นอกจากนี้บริเวณรอบบ้านยังเลือกใช้วิธีโรยหินกรวดแทนการปลูกหญ้า เพื่อรักษาความสะอาดและป้องกันแมลงตามความกังวลของคุณโม แต่ในขณะเดียวกันก็ช่วยขับเน้นรูปทรงของต้นไม้ให้โดดเด่น และทำให้บ้านดูเรียบเท่ในสไตล์โมเดิร์นอย่างที่ตั้งใจไว้

บ้านที่เป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย

จากชีวิตบนอพาร์ตเมนต์ที่ทุกอย่างหยิบจับถึงในไม่กี่วินาที สู่การเป็นเจ้าของบ้านสองชั้นที่ต้องเดินขึ้นลงจนปวดเมื่อยในช่วงแรก แต่นั่นกลับเป็นความเหนื่อยที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม

“แรงบันดาลใจหลักที่ทำให้เราทำบ้านหลังนี้คือเราน์เตอร์ค่ะ” คุณโมเผยความในใจถึงสุนัขวัย 10 ปีที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา “เราอยากให้เขาได้มีพื้นที่สำรวจ มีที่นอนข้างหน้าต่าง ก่อนที่วันหนึ่งเขาจะไม่อยู่กับเรา”

บ้านหลังแรกของคุณปาล์มและคุณโมจึงไม่ใช่เพียงการนำปูน สเตนเลส หรือไม้มาประกอบกัน แต่มันคือการออกแบบพื้นที่เพื่อรองรับความสัมพันธ์ ทั้งความรักระหว่างคู่ชีวิต สายสัมพันธ์พี่น้องที่ตั้งใจจะดูแลกันไปจนแก่เฒ่า และความผูกพันกับสมาชิกสี่ขา บ้านหลังนี้ทำหน้าที่เป็นเครื่องเตือนใจว่า การกลับมาสู่ความเรียบง่ายและการเข้าใจความต้องการที่แท้จริง คือนิยามของความสุขที่ประณีตและยั่งยืนที่สุด

wassukon

wassukon

ไม่ได้จบโดยตรงด้านออกแบบ แต่ฝันอยากเป็นสถาปนิกแล้วโลกก็เหวี่ยงให้มาเขียนงานด้านออกแบบเป็นสิบปี ตอนนี้เลยมีโลกส่วนครัวมากกว่าโลกส่วนตัวไปแล้ว