“เครื่องประดับไม่จำเป็นต้องเป็นเพียงของสวยงาม แต่คือพื้นที่เก็บรักษาความทรงจำ ความรัก และการจากลาอย่างอ่อนโยนที่สุด… Nympheart แบรนด์งานออกแบบที่เปลี่ยนเศษไม้เหลือใช้และวัสดุจากธรรมชาติ ให้กลายเป็นจิวเวลรีล้ำค่าผ่านฝีมือของสถาปนิกที่เชื่อว่า ‘ความคิดสร้างสรรค์สามารถเยียวยาจิตใจและรักษ์โลกไปพร้อมกันได้”

โดยฝีมือของปาล์ม-ธีรพล ธนมณฑล และโมโม-เปลี่ยนกาล ไตรคุ้มพันธุ์ สองนักออกแบบที่เริ่มต้นเส้นทางตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กับตลอดเวลาสิบกว่าปีที่พิสูจน์ให้เห็นว่าความคิดสร้างสรรค์สามารถเยียวยาจิตใจและรักษ์โลกไปพร้อมกันได้
จุดเริ่มต้นจากเวิร์กช็อปนักศึกษา
ย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 2013 จุดเริ่มต้นของแบรนด์ไม่ได้เกิดจากธุรกิจ แต่เกิดจากความสนุกในรั้วคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ปาล์มและโมโมเริ่มต้นทดลองวัสดุในเวิร์กช็อปร่วมกัน และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการทดลองวัสดุอย่างไม่รู้จบ เศษไม้เหลือใช้จากช็อปงานเฟอร์นิเจอร์ถูกนำมาผสมกับอีพ็อกซีเพื่อเสริมความแข็งแรงและยืดอายุการใช้งาน แทนการปล่อยให้วัสดุเหล่านี้กลายเป็นขยะหรือถูกเผาทำลาย “เราอยากเห็นว่าเศษไม้พวกนี้จะกลับมามีชีวิตได้อีกครั้งในรูปแบบไหน” ปาล์มเล่า

จากวัสดุทดลองในชั้นเรียนค่อยๆ ถูกต่อยอดเป็นสร้อยคอ เครื่องประดับ เคสโทรศัพท์ ก่อนจะเริ่มวางขายในตลาดนักศึกษาของมหาวิทยาลัย และกลายเป็นแบรนด์อย่างจริงจังหลังเรียนจบ และนี่คือรากฐานสำคัญที่ทั้งคู่พัฒนาต่อยอดจนมีสินค้าไลฟ์สไตล์หลากหลายทั้งเครื่องประดับใส่อัฐิ (ทั้งคนและสัตว์เลี้ยง เครื่องประดับแบบไม่มีอัฐิ เคสโทรศัพท์ นาฬิกา
จิตวิญญาณแห่งนางไม้และหัวใจของวัสดุ
Nympheart (นิ๊ม-ฮาร์ท) เกิดจากการสนธิคำที่มีความหมายลึกซึ้ง คำว่า Nymph ที่แปลว่านางไม้ สื่อถึงจิตวิญญาณและธรรมชาติของไม้ที่พวกเขารัก นำมาผสานกับคำว่า Heart ที่แปลว่าหัวใจ“เราพยายามทำให้ชื่อเกี่ยวกับงานที่เราทำมากที่สุด” ทั้งคู่เล่าถึงที่มาโดยใช้คำว่า Nymph แทนตัววัสดุ และ Heart แทนความหมายที่อยู่ข้างใน แม้คนไทยอาจไม่คุ้นหูกับคำนี้นัก แต่สำหรับชาวต่างชาติเมื่อได้ยินชื่อและเข้าใจความหมาย พวกเขามักจะตกหลุมรักในความลึกซึ้งนี้ทันที

ความโดดเด่นของ Nympheart ไม่ใช่แค่การนำไม้มาใช้ แต่ยังเลือกใช้ Live Edge Wood หรือส่วนขอบนอกของไม้ พวกเขาตั้งใจรักษาเอกลักษณ์ของเปลือกไม้และรอยหยักตามธรรมชาติเอาไว้ เพื่อเผยให้เห็นความงามที่แท้จริงของเนื้อไม้
จากวัสดุเหลือใช้ สู่จิวเวลรีแห่งความทรงจำ
จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ Nympheart กลายเป็นมากกว่าแบรนด์เครื่องประดับ เกิดขึ้นเมื่อมีลูกค้าทักมาขอให้นำอัฐิของบุคคลอันเป็นที่รักมาผนึกไว้ในเครื่องประดับ “ตอนแรกเราไม่ได้คิดว่าจะรับทำ” โมโมเล่า “มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และเกี่ยวข้องกับความรู้สึกของแต่ละคน” แต่ด้วยประสบการณ์ที่เคยทำงานกับวัสดุหลากหลาย ตั้งแต่แร่ อัญมณี ไปจนถึงหินธรรมชาติ พวกเขาจึงตัดสินใจลองทำอย่างระมัดระวังและเคารพความหมายของมัน เมื่อชิ้นงานสำเร็จและถูกบอกต่อแบบปากต่อปากโดยไม่มีการทำการตลาดใดๆ จนกลายเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ในวันนี้ ไม่ใช่เพราะความแปลกใหม่แต่เพราะความจริงใจที่ลูกค้าสัมผัสได้

งานสั่งทำที่เริ่มจากการรับฟัง
ทุกชิ้นงานอัฐิของ Nympheart เริ่มต้นจากการพูดคุย ไม่ว่าจะเป็นอัฐิ เส้นผม ของคน / อัฐิ เส้นขนสัตว์เลี้ยง เศษผ้า หรือสิ่งของที่มีคุณค่าทางใจ ทุกอย่างถูกมองว่าเป็นความทรงจำ ไม่ใช่วัตถุ ลูกค้าจะร่วมเลือกตั้งแต่วัสดุไม้ รูปทรง สี ไปจนถึงลักษณะการจัดวาง ก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิตแบบแฮนด์เมดที่ใช้เวลา 7-14 วันต่อชิ้น และทำได้เพียงไม่กี่ชิ้นต่อรอบ รูปแบบงานมีทั้งเครื่องประดับและชิ้นงานตั้งโต๊ะที่ออกแบบมาแทนโกศแบบร่วมสมัย ที่มีความเรียบ สงบ และอยู่ได้นานหลายเจเนอเรชัน โดยอัฐิสามารถนำออกมาเปลี่ยนแบบใหม่ได้หากต้องการ
ดีไซน์ที่ยั่งยืนทั้งต่อโลกและต่อใจ
Nympheart เลือกออกแบบจากแพสชัน ความรู้สึก และวัสดุที่มีอยู่จริง ไม่ผลิตเกินความจำเป็น และหลีกเลี่ยงการทำสต๊อกที่อาจกลายเป็นขยะในอนาคต งานทุกชิ้นจึงมีลักษณะเฉพาะตัว เป็นของขวัญที่ “มีเพียงชิ้นเดียวในโลก” และมีความหมายเฉพาะของเจ้าของ

หัวใจอีกด้านของแบรนด์คือเรื่องสิ่งแวดล้อม ไม้ที่ใช้ส่วนใหญ่มาจากเศษไม้โรงงาน เศษไม้แต่งสวน หรือไม้เหลือจากงานแกะสลักพระพุทธรูป ไม้มงคลจากอุตรดิตถ์ แพร่ และประเทศเพื่อนบ้าน
ในวันนี้ Nympheart ก้าวไปไกลกว่าเดิมด้วยแนวคิด Go Green ที่เข้มข้นขึ้น พวกเขามองหาวัสดุเหลือใช้ใกล้ตัวอย่างเศษวัสดุก่อสร้าง “ตอนทำบ้านเราเห็นแผ่นสโตนวีเนียร์ (Stone Veneer) ที่ใช้แปะผนังถูกตัดเหลือทิ้งเยอะมาก เราเลยนำเศษหินจริงเหล่านั้นมาสร้างสรรค์เป็นเคสโทรศัพท์”
หากเมื่อก่อนซิกเนเจอร์คือการจับคู่ไม้กับอีพ็อกซี ปัจจุบันพวกเขาได้พัฒนาการจับคู่ไม้+สโตนวีเนียร์ซึ่งเป็นการนำของเหลือใช้ 2 ชนิดมาเจอกัน ลดการใช้วัสดุใหม่ลงไปอีกขั้น รวมถึงวัสดุที่เลือกใช้อย่าง Epoxy Resin ผ่านการทดสอบและสามารถส่งออกตลาดอเมริกาได้ ซึ่งอาจไม่ลดคาร์บอนฟุตพรินต์ได้ 100% แต่ก็ลดได้มากพอ และอย่างน้อยก็ช่วยสร้างความตระหนักรู้
งานออกแบบที่เยียวยาหัวใจ
ตลอดเส้นทางการทำงานออกแบบ ทั้งสองพบทั้งแรงบันดาลใจและความท้าทาย ตั้งแต่การถูกลอกเลียนแบบ ไปจนถึงคำถามเรื่องมูลค่าของงานออกแบบ แต่สิ่งที่ทำให้ยังยืนอยู่ได้คือข้อความจากลูกค้า โน้ตเล็กๆ ที่เล่าเรื่องการสูญเสีย ความรัก และความหมายของชิ้นงานที่พวกเขาได้รับมันไม่ใช่แค่เครื่องประดับ โมโมเล่าถึงความรู้สึก “แต่มันคือสิ่งที่ช่วยเก็บความทรงจำของใครบางคนไว้ได้อย่างงดงาม”

ก้าวต่อไปของ Nympheart
Nympheart ไม่ได้ตั้งเป้าเป็นแบรนด์แมสแต่เลือกเติบโตอย่างช้าๆ ทำงานด้วยตัวเองสองคน รับงานเท่าที่ดูแลได้ และพัฒนาคุณภาพวัสดุให้ดียิ่งขึ้น อาจเป็นแก้ว กระจก หรือวัสดุใหม่ที่เป็นมิตรต่อโลกมากกว่าเดิม เพราะสำหรับพวกเขา งานออกแบบที่ดีไม่ได้เปลี่ยนโลกทั้งใบ แต่อาจเปลี่ยนความรู้สึกของใครบางคน ให้งดงามขึ้นตลอดไปก็เพียงพอ
Facebook : Nympheart
Instagram : Nympheart
TikTok : Nympheart





