รู้จัก “ดอกไม้จีน” วัตถุดิบครัวเอเชีย ที่เป็นได้ทั้งอาหารและชาช่วยผ่อนคลาย

ดอกไม้จีน (Day Lily) เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมในเอเชีย เช่น จีน ญี่ปุ่น และเกาหลี ลักษณะเป็นลำต้นใต้ดิน และแตกกอเป็นพุ่ม มี รูปทรงดอกเหมือนดอกลิลลี่ มีหลายสี เช่น สีเหลือง สีแดง สีส้ม และสีชมพู ดอกไม้ชนิดนี้จัดอยู่ในวงศ์ LILIACEAE และมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Hemerocallidaceae

ดอกไม้จีนไม่ว่าจะเป็นแบบสดหรือแห้งสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นต้ม ผัด แกง ทอดก็อร่อยทั้งนั้น แต่ดอกไม้จีนแบบแห้งสามารถนำมาชงเป็นน้ำชาใช้ดื่ม เพื่อช่วยให้นอนหลับสบายได้ด้วย  แต่สำหรับดอกไม้จีนแบบสดแล้ว สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายแบบ แต่ต้องเลือกเก็บแต่ดอกตูมมาทำอาหารเท่านั้น เพราะอกที่บานแล้วจะเป็นพิษต่อร่างกาย และไม่ควรรับประทานดอกไม้จีนในปริมาณมาก เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการท้องเสียอย่างรุนแรง เนื่องจากในดอกไม้จีนแบบดอกตูมจะมีสารซึ่งมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ  

ในอาหารจีนจะใช้วัตถุดิบชนิดนี้มาก เนื่องจากมีสรรพคุณหลัก เช่น บำรุงเลือด ทำให้เลือดลมเดินสะดวก ลดอาการปวดเมื่อย แก้ร้อนใน บรรเทาอาการปอดบวม ดีซ่าน กระหายน้ำ มีไข้ ช่วยให้นอนหลับสบาย ขับปัสสาวะ รักษาอาการบวมน้ำ ปัสสาวะขัด ต่อมน้ำลายอักเสบ ฝีหนอง และสำหรับคนที่ตับทำงานหนักสามารถใช้ดอกไม้จีนนี้ไปทำอาหารรับประทานได้

ดอกไม้จีนที่นิยมปลูกในเมืองไทย มี 2 สายพันธุ์ คือ Hemerocallis flava Linn ซึ่งดอกเป็นสีเหลืองใส และ Hemerocallis fulva Linn ซึ่งดอกสีเหลือง นิยมใช้แบบดอกตูมมาประกอบอาหาร ซึ่งลักษณะดอกจะยาวและกลีบดอกจะม้วนแน่นคล้ายเกลียวสว่าน เมื่อบานจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 9 เซนติเมตร ดอกออกทั้งปี มีวางขายทั้งแบบสดและแบบแห้ง แต่ส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับดอกไม้จีนแบบแห้งมากกว่า คนจีนจะเรียกว่า กิมจำเช่า หรือ จำฉ่ายถ้าไปซื้อตามร้านขายวัตถุดิบเอเชียนในต่างประเทศให้มองหา Gum Jum หรือ Golden needles หรือ Tiger Lily Bud แทน ดอกไม้จีนแบบแห้งก่อนนำมาใช้จะต้องแช่น้ำให้นิ่มก่อน นิยมใช้ในการทำแกงจืด ต้มจืด หรือผัดต่างๆ เจอบ่อยๆ ก็ผัดวุ้นเส้น จะใส่แบบดอกยาวๆ หรือจะผูกเป็นปมก็ได้ หรือแทนที่จะใช้เป็นวัตถุดิบ (Ingredient) ในการทำอาหาร สามารถนำมาประยุต์ใช้เป็นส่วนประกอบในการตกแต่งอาหารเช่น ใช้ผูกหรือมัดช่อผัก หรือเนื้อสัตว์ชิ้นเล็กๆ ก็ได้

ข้อควรระวังในการใช้ดอกไม้จีนแบบแห้ง คือ ต้องล้างให้สะอาด  เพราะกระบวนการผลิตดอกไม้จีนแห้งมีการใช้สารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Sulphur dioxide) หรือสารฟอกขาวที่มีคุณสมบัติในการยับยั้งการเปลี่ยนสีของอาหารไม่ให้เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเมื่ออาหารนั้นถูกความร้อนในกระบวนการผลิต รวมถึงยับยั้งการเจริญเติบโตของยีสต์ รา บักเตรี ที่ผลกระทบกับผู้ที่แพ้สารนี้ ทำให้เกิดอาการโรคหืด แน่นหน้าอก คันคอ เกิดผื่นคัน และเป็นแผลพุพองตามร่างกายได้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้แนะนำว่า เพื่อลดปริมาณสารชนิดนี้ในดอกไม้จีนแห้งควรจะนำมาล้างน้ำหลายๆ ครั้ง และลวกน้ำเดือดอย่างน้อย 2 นาทีจะช่วยลดปริมาณสารชนิดนี้ได้ถึง 90%  และการดอกไม้จีนลวกให้นิ่มก่อนเอาไปทำอาหารจะช่วยให้ไม่เหนียวรับประทานง่าย

Petchlada

Petchlada

ฝ่ายอาหารของ@Kitchen ทีว่างเป็นไม่ได้ต้องจัดทริปไปชิมของอร่อย