สมาคมภัตตาคารไทย – บริษัท ณัฐสุรงค์ จำกัด – กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และรายการเปรี้ยวปาก ช่อง 3 เปิดตัวโครงการ คลุก เคล้า ข้าวแกง (Cook Cul Khao Gaeng/Cooking Culture Khao Gaeng) ในงานเปรี้ยวปาก เฟสติวัล พร้อมจัดทำสารคดีสั้นโปรโมทข้าวแกง และจัดเสวนา “ข้าวแกง จากจานบ้านๆ สู่อาหารประจำชาติ” หลังประสบความสำเร็จในการเปิดตัวข้าวแกงไทยสู่ตลาดยุโรป เดินหน้าขับเคลื่อนสู่มรดกอาหารแห่งเอเชีย



เมื่อวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม ได้มีการเปิดตัวโครงการ คลุก เคล้า ข้าวแกง (Cook Cul Khao Gaeng หรือ Cooking Culture Khao Gaeng) รวมถึงการเสวนา “ข้าวแกง จากจานบ้านๆ สู่อาหารประจำชาติ” ในงานเปรี้ยวปาก เฟสติวัล ณ ชั้น G เดอะมอลล์ บางกะปิ โดยมี ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ , นางสาวสาธิตา โสรัสสะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ณัฐสุรงค์ จำกัด หัวหน้าโครงการ คลุก เคล้า ข้าวแกง , นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย (ที่ปรึกษาโครงการ) , นางสาวภริตา วิริยะรังสฤษฎ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทม์ บรอดคาสท์ จำกัด ผู้ผลิตรายการเปรี้ยวปาก ช่อง 3 , นางภัทรี กิจจาทร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ไทม์ บรอดคาสท์ จำกัด และรศ.ดร. พรรณี สวนเพลง ผู้อำนวยการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหาร มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เข้าร่วม
ทั้งนี้ในปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัทณัฐสุรงค์ ได้ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สมาคมภัตตาคารไทยและพันธมิตร จัดโครงการประกวดอาหาร “สุดยอดแชมป์ข้าวแกงไทยสู่สากล” “Khao Gaeng” Thai Curry Rice Championship 2025 เพื่อเฟ้นหาสุดยอดฝีมือแชมป์ข้าวแกงแห่งประเทศไทย ชิงถ้วยรางวัลจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เป็นการแข่งขัน Thai Curry & Rice Global Challenge ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประเทศไทย และประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง สร้างความคึกคักในการพัฒนาศักยภาพและสร้างมาตรฐานให้กับร้านข้าวแกงทั่วประเทศ


ในปี 2569 บริษัท ณัฐสุรงค์ จำกัด ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ในโครงการคลุก เคล้า ข้าวแกง นำเสนอโครงการสื่อสร้างสรรค์ด้านอาหารและวัฒนธรรม ถ่ายทอดแง่มุมของ “ข้าวแกงไทย” ที่สะท้อนวิถีชีวิต ภูมิปัญญาของไทย โดยจะมีการจัดทำสารคดีสั้นเผยแพร่ทางรายการเปรี้ยวปาก ช่อง 3 รวมถึงการจัดทำคอนเทนต์และอินโฟกราฟิกให้ข้อมูลความรู้ข้าวแกงไทย ผ่านช่องทางสื่อต่างๆ
ทั้งนี้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องพร้อมต่อยอดและโปรโมทข้าวแกงไทย ให้เป็นหนึ่งในมรดกอาหารของชาติ มรดกอาหารแห่งภูมิภาคเอเชีย รวมถึงปลายทางคือนำไปสู่มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Cultural Heritage – ICH) ของยูเนสโก เช่นเดียวกับต้มยำกุ้ง เพราะข้าวแกงถือเป็นตัวแทนอาหารในท้องถิ่น ไม่ว่าทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวจะเดินทางไปในภาคใด ก็จะพบกับร้านข้าวแกง อันเป็นแหล่งรวมอาหารไทยยอดนิยมของภาคนั้นๆ และนับได้ว่าข้าวแกงเป็นตัวแทนอาหารไทย เช่นเดียวกับนาซี เลอมัก เป็นตัวแทนอาหารของมาเลเซีย , ลักซาและข้าวมันไก่สิงคโปร์ เป็นตัวแทนอาหารของสิงคโปร์ เป็นต้น


โดยเมื่อเดือนมิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา บริษัท ณัฐสุรงค์ สมาคมภัตตาคารไทย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และททท. ได้นำข้าวแกงไทยไปจัดทำบูธและโปรโมทในพิธีวางศิลาฤกษ์พระอุโบสถทรงไทยที่ใหญ่ที่สุด และสวยงามที่สุดในประเทศเยอรมัน ระหว่างวันที่ 19-21 มิถุนายน 2569 ณ วัดพุทธวิหาร กรุงเบอร์ลิน เยอรมนี ที่ก่อตั้งในเยอรมันครบ 31 ปี เป็นอีกหน้าประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของการสร้างมหาอุโบสถไทยที่ยิ่งใหญ่บนแผ่นดินเยอรมนีและในยุโรป โดยมีการออกร้านอาหารไทย ซึ่งทั้งชาวไทยและชาวยุโรปหลายประเทศเข้าร่วมงานนับหมื่นคน รวมถึงเจ้าอาวาสจาก 250 วัดในยุโรปเข้าร่วมงาน โดยข้าวแกงและเครื่องปรุง รวมถึงวัตถุดิบต่างๆ ในการประกอบอาหารของไทยได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดยุโรป
ขณะเดียวกันข้าวแกงของไทยไม่เพียงเป็นสตรีทฟู้ด (Street Food) แบบไทย ที่คนไทยจำนวนมากรับประทานกันเป็นอาหารหลัก มื้อด่วนแบบง่ายๆ รสชาติอร่อย และราคาที่เข้าถึงได้ แต่ได้ถูกยกระดับเป็นอาหารรสเลิศที่ได้รับรางวัลระดับมิชลินหลายร้าน ทั้งเป็นร้านอาหารไทยที่เป็นเสมือนตัวแทนประเทศไทยกระจายไปในทั่วโลก และยังถือเป็นหนึ่งใน Soft Power ที่ชาวต่างชาติต้องมาชิมสักครั้ง ตลอดจนข้าวแกงไทยขึ้นชื่อในเรื่องอาหารเป็นยา เพราะใช้สมุนไพรและเครื่องเทศเป็นส่วนประกอบหลัก เช่น พริก ขมิ้น ตะไคร้ หอมแดง และกระเทียม สรรพคุณของพืชเหล่านี้มีประโยชน์ต่อสุขภาพ


ภายในงานยังได้มีการจัดทำบูธโครงการ คลุก เคล้า ข้าวแกง ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จากการเสวนายังพูดถึงประเด็นการผลักดันข้าวแกงให้เป็น Soft Power ของไทยที่ไปไกลระดับโลก และนอกจากเรื่องความอร่อย และรสชาติแล้ว ทุกส่วนฝากเรื่องการคำนึงการดูแลสุขภาพของผู้บริโภค ลดหวาน มัน เค็ม โซเดียม โดยข้าวแกงสามารถต่อยอดเป็น “สื่อวัฒนธรรม” ที่ทรงพลัง บอกเล่าวิถีชีวิต ประวัติศาสตร์ และอัตลักษณ์ของคนไทยในแต่ละท้องถิ่น มีเรื่องราว (Storytelling) ที่สามารถนำมาพัฒนาเป็นเนื้อหาคอนเทนต์ในระดับสากลได้
ทั้งนี้ข้าวแกงคือหนึ่งใน “Food Economy” ที่สำคัญ ธุรกิจอาหารในประเทศมีมูลค่ากว่า 7 แสนล้านบาท ซึ่งร้านข้าวแกงและ Street Food คือกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs/Micro-SMEs) ที่มีสัดส่วนสูงมากอันดับต้นๆ ของภาคอาหาร





