The Colorful Home บ้านสะท้อนตัวตนและเต็มไปด้วยสีสัน

“การแต่งบ้านมันไม่มีที่สิ้นสุด เหมือนเป็นพลังงานที่ต้องหมุนเวียน ถ้าเราหยุดนิ่งทุกอย่างก็จะอยู่ที่เดิม ขณะเดียวกันถ้าเราปรับเปลี่ยนย้ายมุมนั้น จัดมุมนี้ใหม่ตลอดเวลา ทั้งบ้านและตัวเราก็จะรู้สึกแอกทีฟ มีเอเนอร์จีอยู่เสมอ” คุณปุ๊ย-ถนอมบุญ ทองประยูร บอกกับเราอย่างนั้น นอกจากนี้การแต่งบ้านของคุณปุ๊ยยังไม่จำกัดว่าต้องเป็นสไตล์ใดสไตล์หนึ่ง ขอเพียงเป็นสิ่งที่ชอบ ดีไซน์ที่ใช่ แล้วนำมาร้อยเรียงให้เป็นเรื่องราวเดียวกัน เรียกได้ว่าถ่ายทอดคาแรกเตอร์ของบ้านและตัวตนของคุณปุ๊ยได้อย่างชัดเจน เท่ อบอุ่น และมีความหวานซ่อนเปรี้ยว

บ้านหลังนี้ถือเป็นบ้านหลังแรก คุณปุ๊ยจึงตั้งใจออกแบบตกแต่งเองทั้งหมด และสอดแทรกความเป็นตัวเองไว้ในทุกมุมของบ้าน “เราชอบสีสัน ชอบมิกซ์แอนด์แมตช์ของแต่งบ้านหลายแบบ ไม่ได้เจาะจงสไตล์ไหนเป็นพิเศษ ขอเพียงให้ทุกอย่างออกมาลงตัวกลมกลืนกัน วินเทจก็ได้ มูจิก็ได้ ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาตอนนั้นด้วยว่าเราอยากแต่งบ้านให้ออกมามีมู้ดโทนแบบไหน โดยส่วนตัวเราก็เป็นคนมีสีสัน ชอบให้มีอะไรคอนทราสต์กัน ไม่ดูเรียบจนเกินไป และเป็นคนที่ชอบซื้อของชิ้นเล็กๆ กระจุกกระจิก อย่างโมเดล ตุ๊กตา หรือพวกของที่มีดีไซน์ ในบ้านจึงเต็มไปด้วยของสะสม”

เมื่อเปิดประตูเข้ามาเราจะเจอกับโถงทางเข้าที่ออกแบบให้มีมุมจัดเก็บรองเท้า และติดกระจกกั้นโซนช่วยพรางสายตาและเพิ่มความเป็นส่วนตัว “บริเวณทางเข้าบ้านเราต่อเติมใหม่ทั้งหมด ด้วยไลฟ์สไตล์เป็นคนชอบแต่งตัว มีเสื้อผ้ากับรองเท้าค่อนข้างมาก เลยคิดไว้ตั้งแต่แรกเลยว่ามุมนี้จะต้องมีตู้เก็บรองเท้า ถ้าถามว่าทำไมถึงเลือกสีแดงก็อย่างที่บอกว่าเราเป็นคนชอบสีสัน แล้วก็รู้สึกว่าสีแดงมันทำให้ทุกอย่างดูป๊อป น่าสนใจขึ้น

“เดิมตรงนี้จะเป็นพื้นที่โล่งๆ เปิดประตูเข้ามาเห็นบันไดบ้านเลย ตามหลักฮวงจุ้ยจะทำให้เงินไหลออก เลยติดกระจกเพิ่มให้เงินไม่ไหลออก ช่วยพรางสายตาไม่ให้ใครเห็นบันไดขึ้นบ้านเราด้วย ส่วนหน้าบ้านจะมีน้ำตก เชื่อว่าช่วยให้เงินไหลเข้าบ้าน เราไม่ได้งมงายนะ แต่ว่าทำแล้วรู้สึกอุ่นใจ” คุณปุ๊ยบอกพร้อมรอยยิ้ม “ตอนแรกเป็นกระจกใสๆ เราก็ซื้อสติกเกอร์ที่มีลวดลายมาติด ส่วนใหญ่อะไรที่ทำได้ก็จะทำเองทั้งหมด ค่อยๆ ทำ ค่อยๆ จัด ผ้าม่านตรงทางเข้าก็เอามาติดมาตกแต่งเอง”

ถัดมาเป็นส่วนมุมนั่งเล่น ถึงไม่บอกเราก็พอเดาออกว่าคุณปุ๊ยชอบสีเขียว “ใช่ค่ะ เราชอบสีเขียว ทุกๆ มุมเลยแอบมีสีเขียวอยู่ แต่จะมีหลายเฉดผสมผสานกัน เขียวเข้ม เขียวอ่อน เขียวเหลือง เขียวมะนาว อย่างโซฟาสีเขียวเราก็สั่งทำ เลือกดีไซน์กับโทนสีเอง มาพร้อมโคมไฟตั้งพื้นและโคมไฟแขวนเข้าชุดกัน

“ส่วนตัวเราไม่ชอบงานบิลต์อินหรือเฟอร์นิเจอร์สำเร็จ ชอบสั่งคัสตอมแต่ละชิ้นตามแบบที่เราชอบ ของทุกชิ้นจึงมีเรื่องราว เวลาไปเดินซื้อของจะดูว่าสามารถนำมาแมตช์กับอะไรที่เรามีอยู่ได้บ้าง เข้ากันได้ไหม นอกจากนี้เรายังชอบนก ชอบเก้าอี้ แค่มุมนั่งเล่นโซนเดียวก็มีหลายแบบ หลายสไตล์ให้เห็น จริงๆ ที่เก็บสะสมไว้มีเยอะกว่านี้ แต่ถ้านำมาวางตกแต่งทั้งหมดคงไม่ได้ เกรงว่าจะแย่งซีนกัน (หัวเราะ)”

นอกจากสีเขียวแล้วเรายังสังเกตเห็นว่ามีดีไซน์วงกลมสอดแทรกอยู่ในองค์ประกอบต่างๆ “เราชอบความละมุน ดีไซน์มนๆ ไม่ค่อยชอบดีไซน์เหลี่ยม มองแล้วรู้สึกว่ามันแข็งกระด้าง อย่างตู้รองเท้าก็บอกให้ช่างทำลวดลายเป็นวงกลมเล็กใหญ่สลับกัน ตู้ในห้องครัวก็ดีไซน์หน้าบานกระจกวงกลมช่วยให้บ้านดูอบอุ่นโฮมมี อีกอย่างคือเวลามีวงกลมหลายวงมารวมกันยังสื่อถึงความอินฟินิตี ไม่มีที่สิ้นสุด ร้อยเรียงกันไปเรื่อยๆ”

บริเวณหลังบ้านต่อเติมห้องครัวขนาดเล็กไว้รองรับการใช้งาน มีสวนเอาต์ดอร์และโซนซักล้างที่จัดสรรไว้อย่างเป็นสัดส่วน “เดิมบ้านไม่มีห้องครัว เรามาต่อเติมเพิ่มแต่ไม่ได้ทำเต็มพื้นที่ เว้นสเปซไว้ปลูกต้นไม้เป็นมุมสวนเล็กๆ วันไหนอากาศดีก็ออกไปนั่งเล่น ปาร์ตี้ได้ ด้านหลังมีโซนซักล้างแยกต่างหากเพื่อความสะดวก เราเลือกทำประตูบานเฟี้ยมกั้นระหว่างห้องครัวกับพื้นที่ภายในบ้าน เพราะสามารถเปิดได้กว้าง ประหยัดพื้นที่ ทั้งยังช่วยให้บ้านดูอบอุ่น โปร่งโล่ง ไม่อึดอัด”

คุณปุ๊ยเล่าเพิ่มเติมถึงดีไซน์และฟังก์ชันใช้งานครัวว่า “โดยปกติเราไม่ค่อยได้ทำอาหาร ส่วนใหญ่จะไปกินข้าวนอกบ้านมากกว่า วันหยุดก็ทำบ้างนิดๆ หน่อยๆ มีแค่ช่วงเข้าพรรษาที่เข้าครัวทำกับข้าวเอง เพราะเรากินมังสวิรัติ เลยคิดว่าครัวขนาดประมาณนี้เพียงพอกับการใช้งานของเราแล้ว เล็กแต่ครบครัน จัดเก็บได้เต็มพื้นที่

“ภายในตู้แต่ละชั้นสามารถเลื่อนปรับขนาดความสูงได้ ของที่ใช้งานเป็นประจำก็จะไว้ใกล้ๆ หยิบง่ายๆ ส่วนชิ้นไหนที่ไม่ค่อยได้ใช้ หรือของสะสมก็จะเก็บไว้ด้านบน สำหรับดีไซน์ครัวออกแบบเป็นเคาน์เตอร์ปูนเปลือยตัดกับทอปหินสีดำ มีงานไม้และสีขาวเข้ามาเบรกไม่ให้แข็งจนเกินไป หน้าบานตู้มีส่วนที่เลือกใช้เป็นกระจกสลับกับบานทึบ ช่วยให้ครัวดูกว้างและไม่อึดอัด”

ไม่เพียงใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า แต่คุณปุ๊ยยังตกแต่งทุกๆ สเปซภายในบ้านอย่างสวยงาม “พื้นฐานเป็นคนขี้เบื่อ ชอบจัดนู่นย้ายนี่ เอาอันนั้นออกเอาอันนี้เข้ามาแทน ล่าสุดเพิ่งจัดวางเฟอร์นิเจอร์ใหม่ การแต่งบ้านมันไม่มีที่สิ้นสุด เหมือนเป็นพลังงานที่ต้องหมุนเวียนตลอดเวลา ถ้าเราหยุดนิ่งทุกอย่างก็จะอยู่ที่เดิม ถ้าเราได้เปลี่ยนมุมใหม่ๆ บ้าง บ้านและตัวเราเองมันจะรู้สึกแอกทีฟ มีเอเนอร์จีอยู่เสมอ เลยไม่ค่อยปล่อยทิ้งสเปซไว้โล่งๆ “ของตกแต่งส่วนใหญ่จะเลือกจากสิ่งที่ชอบก่อน แม้กระทั่งอุปกรณ์ออกกำลังกายยังต้องเลือกแบบที่มีดีไซน์ มีสีสัน อันนี้มีความเป็นเรา เข้ากับเรา ไม่ได้ซื้อเพื่อใช้งานเฉยๆ สามารถวางตกแต่งบ้านได้ด้วย อย่างพื้น ผนัง กระเบื้องก็เลือกเองทั้งหมด คาแรกเตอร์ของบ้านจึงสะท้อนให้เห็นถึงตัวตน ไลฟ์สไตล์ และความชอบของเรา ทั้งเท่ อบอุ่น หวานซ่อนเปรี้ยว และเต็มไปด้วยสีสัน” คุณปุ๊ยบอกทิ้งท้าย