เพราะความเสียหายไม่ได้จบเมื่อน้ำแห้ง แต่ความชื้นที่ค้างอยู่ตามพื้น ผนัง เฟอร์นิเจอร์ และของใช้ต่างหากที่อาจกลายเป็นปัญหาต่อเนื่อง บ้านชื้นหลังน้ำท่วม จัดการอย่างไรไม่ให้น้ำลดแล้วเกิดเชื้อราเพิ่ม
เมื่อน้ำท่วมเข้าบ้าน สิ่งที่ต้องรับมือไม่ได้มีเพียงคราบสกปรกและน้ำขัง แต่ยังรวมถึง ความชื้นที่ซึมค้างอยู่ในวัสดุและเฟอร์นิเจอร์ หากปล่อยให้แห้งเองโดยไม่มีการระบายอากาศอย่างเหมาะสม อาจเกิดกลิ่นอับ เชื้อรา สีลอก หรือวัสดุบวมเสียหายตามมาได้ สำหรับบ้านที่ต้องเผชิญน้ำท่วมขัง การฟื้นบ้านหลังน้ำลดจึงควรทำอย่างเป็นขั้นตอน

1. น้ำลดแล้ว เปิดบ้านให้อากาศถ่ายเท หลังน้ำลดและสภาพอากาศภายนอกเอื้ออำนวย ให้เปิดประตูและหน้าต่างร่วมกับใช้พัดลมช่วยระบายอากาศ โดยเน้นจุดอับในบ้าน เช่น ใต้บันได หลังตู้ และมุมห้อง
2. แยกวัสดุที่เปียกและแห้ง เฟอร์นิเจอร์ไม้ พรม ที่นอน หนังสือ และของใช้ที่ซับน้ำได้ มักเก็บความชื้นไว้ด้านใน แม้ภายนอกจะดูแห้งแล้วก็ตาม จึงควรแยกของที่เปียกออกจากพื้นที่แห้ง และนำไปผึ่งในที่อากาศถ่ายเท เพื่อไม่ให้ความชื้นสะสมและกระจายไปทั่วบ้าน
3. ผนังยังชื้นแม้ไม่มีน้ำให้เห็น หลังน้ำท่วมผนังอาจยังมีความชื้นสะสมอยู่ ไม่ควรรีบทาสีหรือปิดผิวผนังใหม่ ควรปล่อยให้แห้งสนิทก่อน โดยสังเกตคราบน้ำ สีพอง หรือสีลอก ซึ่งเป็นสัญญาณว่าผนังอาจยังมีความชื้นอยู่
4. เชื้อราหลังน้ำท่วมต้องรีบจัดการ หลังน้ำท่วมเชื้อราอาจเกิดขึ้นได้ตามผนัง เฟอร์นิเจอร์ และของใช้ที่ยังมีความชื้น หากพบเชื้อราอย่าเพิ่งทาสีทับ เพราะเชื้อราอาจกลับมาได้ ควรหาสาเหตุของความชื้นและทำให้พื้นที่แห้งก่อน หากเชื้อราขึ้นเป็นบริเวณกว้างหรือกลับมาเป็นซ้ำ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบ
5. เครื่องลดความชื้น ตัวช่วยจัดการความชื้นในบ้าน หลังน้ำลดแม้จะไม่มีน้ำขังแล้ว แต่ความชื้นในอากาศ วัสดุ และเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ อาจยังสูงอยู่ เครื่องลดความชื้นจะช่วยดึงความชื้นและลดกลิ่นอับได้ โดยเฉพาะห้องที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวกหรือเปิดหน้าต่างไม่ได้
6. อย่ารีบเอาของกลับเข้าบ้าน บ้านที่ดูแห้งแล้วอาจยังมีความชื้นสะสมอยู่ ควรตรวจพื้น ผนัง และบริเวณหลังเฟอร์นิเจอร์ก่อนนำของกลับเข้าไปจัดวาง โดยควรเว้นช่องว่างระหว่างเฟอร์นิเจอร์กับผนังยังช่วยให้อากาศหมุนเวียนและตรวจพบความชื้นได้ง่ายขึ้น





