1170

ชวนมาทำเมนูข้าวแช่กินแก้ร้อน


เข้าสู่หน้าร้อนแบบจริงจังแล้วนึกถึงเมนูข้าวแช่ขึ้นมาเลยค่ะ ข้าวแช่นี้ถือว่าเป็นอาหารคาวโดยเราได้รับมาจากชาวมอญอีกต่อหนึ่ง นิยมกินกันในหน้าร้อน ซึ่งจะนำข้าวสุกไปแช่ในน้ำดอกไม้เสิร์ฟคู่เครื่องเคียงมีตั้งแต่ 3 ไปถึง 6 ชนิด แต่เท่าที่ดูมาจะมีอยู่ 3 ชนิดหลักที่จะเห็นเป็นประจำคือ ลูกกะปิทอด พริกหยวกสอดไส้ และหัวหอมสอดไส้ค่ะ ส่วนที่เหลืออย่างเนื้อเค็มฝอยผัดหวาน (มีขายทั่วไป) ผักกาดเค็มผัดหวาน ปลาแห้งผัดหวาน หมูสับกับปลาเค็ม ก็แล้วแต่ความชอบและความขยันในการทำค่ะ ที่สำคัญต้องไม่ลืมผักสำหรับทานคู่กันอย่างแตงกวา มะม่วงดิบ กระชาย ต้นหอม และพริกแดงด้วย

ข้าวสำหรับข้าวแช่

menu 1_re

จ่ายตลาด (สำหรับ 4 ที่)
★ข้าวสารเก่า 1 ถ้วย
★น้ำเปล่า 5 ถ้วย
★น้ำลอยดอกไม้ 4-5 ถ้วย
★น้ำมะนาว 1 ช้อนชา

เส้นทางสู่ความอร่อย
1. ซาวข้าวในน้ำสะอาด เทน้ำเปล่าใส่หม้อผสมกับน้ำมะนาวตั้งไฟพอเริ่มเดือดใส่ขาวสารลงไปหุงประมาณ 10-12 นาที หรือจนข้าวเป็นไตแล้วยกลง

ST_01_re

2. เทข้าวใส่ตะแกรงแล้วแช่ในน้ำเย็นทิ้งไว้สักครู่แล้วใช้มือขัดเบาๆเปลี่ยนน้ำเป็นระยะจนน้ำที่แช่ข้าวใส

ST_02_re

3. เทข้าวลงในผ้าข้าวบางแล้วนำไปนึ่งจนสุก นำมาผึ่งให้เย็นแล้วนำไปใส่ตู้เย็นหรือ วางบนน้ำแข็ง

ST_03_re

เคล็ดลับดีๆไม่มีเม้ม
การใส่น้ำมะนาวจะช่วยไม่ให้ข้าวบานเร็วเกินไป สำหรับน้ำดอกไม้นั้นสามารถทำได้ง่ายๆ โดยเตรียมน้ำสะอาดใส่ขวดหรือโถ แล้วนำดอกมะลิโดยเลือกดอกที่ไม่ช้ำและใกล้บานประมาณ 5-6 ดอก ล้างให้สะอาดแล้วนำมาแช่ในน้ำ ปิดฝาให้สนิททิ้งไว้ข้ามคืน

✿✿✿✿✿

พริกหยวกสอดไส้

menu 2_re

จ่ายตลาด (สำหรับ 4 ที่)
★พริกหยวกขนาดไม่ใหญ่ 4 เม็ด
★หมูบด 200 กรัม
★กุ้งสับ 150 กรัม
★รากผักชี 1-2 ราก
★กระเทียม 2-3 กลีบ
★พริกไทย
★ไข่ไก่
★แป้งมันสำปะหลัง
★น้ำมัน

เส้นทางสู่ความอร่อย
1.นำพริกหยวกมามากรีดเป็นรูปตัว T ระวังอย่างให้ขั่วหลุด แคะเอาเมล็ดออกให้หมดล้างให้สะอาดเตรียมไว้

ST_04_re

2.โขลกรากผักชี กระเทียม พริกไทยให้เข้ากัน นำไปผสมกับเนื้อหมู และ กุ้ง คนให้เข้ากันนำไปยัดไส้พริกที่เตรียมไว้ แล้วไปนึ่งประมาณ 10 นาที หรือ จนไส้สุก

ST_05_re

3.ตีไข่ไก่ในแตกใส่แป้งมันลงไป 1-2 ช้อนชาคนให้เข้ากันกรองด้วยกระชอน เทน้ำมันส่กระทะเล็กน้อย ใช้มือจุ่มไข่โรยเป็นตารางรอจนสุกนำไปห่อพริกหยวกสอดไส้ที่สุกแล้ว

ST_06_re

เคล็ดลับดีๆไม่มีเม้ม
✦ ไม่ควรนึ่งพริกหยวกเป็นเวลานานเพราะทำให้สีผิวเปลี่ยน
✦ การทำไข่สำหรับห่อพริกหยวกนั้นถ้าไม่ถนัดในการใช้มือให้เทไข่ใส่ถุงพลาสติกแล้วตัดก้นถุงเป็นรูเล็กๆ แล้วโรยไข่บนกระทะที่ทาน้ำมันบางๆ

✿✿✿✿✿

ลูกกะปิทอด

menu 3_re

จ่ายตลาด (สำหรับ 4 ที่)
★เนื้อปลาดุก หรือ ปลาช่อนย่าง 1 1/4 ถ้วย
★ตะไคร้หั่นฝอย 2 ช้อนโต๊ะ
★กระชายขูดผิวหั่นฝอย 2 1/2 ช้อนโต๊ะ
★หอมแดงซอย 4 ช้อนต๊ะ
★ข่าหั่นฝอย 2 ช้อนชา
★ผิวมะกรูด 1/2 ช้อนชา
★กะปิ 2 ช้อนโต๊ะ
★หัวกะทิ 1/3 ถ้วย
★เกลือ / น้ำตาลปี๊บ
★แป้งข้าวเจ้า 1/4 ถ้วย
★ไข่ไก่ 1 ฟอง
★น้ำปูนใส 1 1/2 ช้อนโต๊ะ

เส้นทางสู่ความอร่อย
1. โขลกตะไคร่ กระชาย ข่า หอมแดงให้ละเอียดใส่กะปิ เนื้อปลาจนเข้ากัน

ST_07_re

2. เทหัวกะทิใส่กระทะใช้ไฟอ่อนใส่เครื่องที่ผัดลงไปให้หอมปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ เกลือ ชิมออกรสเค็ม หวาน ผัดไปจนแห้ง

ST_08_re

3. นำกะปิมาปั่นเป็นก้อนกลมขนาดพอประมาณเตียมไว้

ST_09_re

4. ผสมไข่ แป้งข้าวเจ้า และน้ำปูนใส่เข้าด้วยนำลูกกะปิลงไปชุบแล้วนำไปทอดน้ำมันท่วมให้เหลืองตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน

เคล็ดลับดีๆไม่มีเม้ม
เวลาใส่น้ำตาลปี๊บให้ใส่ที่ละ 1-2 ช้อนโต๊ะลงไปเรื่อยๆ สำหรับรสชาติควรมีรสเค็มนำหวานตาม เพราะถ้าใส่น้ำตาลปี๊บน้อยเกินไปลูกกะปิจะเค็มและปั้นไม่อยู่ตัว และเวลาทอดลูกกะปิควรรอจนน้ำมันร้อนได้ที่ แล้วค่อยใส่ลูกกะปิลงไปรอจนไข่ที่เคลือบไว้สุกแล้วค่อยๆ ตักขึ้นมาก

✿✿✿✿✿

หัวหอมสอดไส้ทอด

menu 4_re

จ่ายตลาด (สำหรับ 4 ที่)
★หอมแดงขนาดพอเหมาะ 16 -18 หัว
★เนื้อปลาดุก/ปลาแห้งโขลกละเอียด 3/4 ถ้วย
★หอมแดงซอย 2 1/2 ช้อนโต๊ะ
★กระเทียมซอย 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
★ผิวมะกรูดซอย 1/4 ช้อนชา
★ตะไคร้ซอย 2 ช้อนชา
★พริกแห้งแกะเม็ดออก แช่น้ำ 2-3 เม็ด
★ข่าซอย 1 ช้อนชา
★น้ำตาลปี๊บ (ชิมรสตามชอบ)
★แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วย
★น้ำปูนใส 1 ช้อนโต๊ะ
★หัวกะทิ 2 1/2 ช้อนโต๊ะ
★ไข่ไก่ 1 ฟอง
★น้ำมันสำหรับทอด

เส้นทางสู่ความอร่อย
1. โขลกพริกแห้ง ตะไคร้ ข่า ผิวมะกรูด หอมแดง กระเทียมให้ละเอียด

ST_10_re

2. เทกะทิใส่กระทะตั้งไฟไปจนเริ่มเดือดใส่เครื่องที่โขลกไว้ลงไปผัดตามด้วยเนื้อปลาผัดให้เข้ากันปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บที่ละ 1 ช้อนโต๊ะให้ออกรสเค็มหวาน แล้วผัดต่อไปจนแห้ง

ST_11_re

3. เตรียมหอมแดงโดยใช้มีดคมๆ หรือ มีดแกะสลักคว้านเนื้อหอมจากด้านล่างออกให้เป็นโพรงแล้วใส่ไส้ที่เตรียมลงไปให้เต็ม

ST_12_re

4. ผสมแป้งข้าวเจ้า น้ำปูนใส หัว กะทิ ไข่ไก่ในชามผสมคนให้เข้ากัน นำหอมลงไปจุ่มให้ทั่วแล้วนำไปทอดน้ำมันท่วมจนเหลือง ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน

เคล็ดลับดีๆไม่มีเม้ม
สามารถใส่เนื้อปลาลงไปโขลกผสมกับส่วนผสมเครื่องแกงได้เลย และสามารถใช้ปลาสลิดทอดกรอบแทนได้

✿✿✿✿✿

หัวไชโป๊วผัดหวาน

menu 5_re
จ่ายตลาด (สำหรับ 4 ที่)
★หัวไชโป๊วเค็ม 200 กรัม
★น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย (หรือมากกว่า)
★น้ำมันพืช
★น้ำเปล่า

เส้นทางสู่ความอร่อย
1. นำหัวใชโป๊วเค็มไปล้างน้ำแล้วบีบออกให้แห้ง ซอยเป็นเส้นยาวๆ

ST_13_re

2. เทน้ำมันใส่กระทะ ใส่หัวไชโป๊วลงไปผัดจนสุก ลงไฟลงค่อยโรยน้ำตาลลงไปที่ละน้อยชิมรสตามชอบถ้าหัวไชโป๊วทำท่าจะติดกระทะให้ใส่น้ำลงไป

ST_14_re

3. ผัดหัวไชโป๊วต่อไปจนส่วนผสมแห้งและเส้นไชโป๊วเป็นมันวาว

ST_15_re

เคล็ดลับดีๆไม่มีเม้ม
ผัดไข่ให้สุกก่อนแล้วจึงใส่หัวไชโป๊วลงไป สามารถเปลี่ยนจากน้ำตาลทรายเป็นน้ำตาลปี๊บ

เรื่อง : เพชรลดา ประกัตฐโกมล
ภาพ : แฟ้มภาพนิตยสาร @kitchen