feature

Let It Loft ! ลอฟต์เล็กๆ ในพื้นที่จำกัด

“ถ้าใครมีโอกาสได้ทำบ้านที่ตอบโจทย์ชีวิตตัวเองจริงๆ แล้วจะรู้ว่าการอยู่บ้านนับเป็นความสุขใจอย่างหนึ่งและชีวิตก็ง่ายขึ้นจริงๆ” เจ้าของบ้านบอกกับเรา เมื่อเข้าไปเยือนห้องสไตล์ลอฟต์ของคุณป๊อย- พงศกร ลิขิตพรสวรรค์ ซึ่งมีขนาด 150 ตารางเมตร เป็นคอนโดมิเนียมย่านถนนเจริญกรุงใกล้เอเชียทีค

_DSC2585-2
เชฟป๊อยและคุณแม่

เชฟป๊อยเป็นเชฟฟรีแลนซ์ ซึ่งรับออกแบบระบบในครัวและเมนูอาหารให้กับร้านอาหารชื่อดังหลายร้าน เขาเล่าให้เราฟังว่า “จริงๆ ผมชอบทำอาหารมาตั้งแต่เด็ก อยากทำงานในโรงแรม แต่ด้วยความที่เป็นเด็กต่างจังหวัด ในตอนนั้นหากพูดถึงการเรียนทำอาหาร ญาติมักล้อว่าจบแล้วไปทำร้านข้าวต้มเหรอ เลยไม่เรียนด้านนี้ แต่หันมาเรียนด้านสถาปัตย์แทน ซึ่งผมก็ชอบเหมือนกัน พอเรียนจบได้มาทำงานกลับรู้สึกว่ายังไม่ใช่  เลยคุยกับคุณแม่ว่าคงต้องไปเรียนทำอาหารอย่างจริงจังแล้วล่ะ เลยเริ่มเรียนที่โรงเรียนสอนทำอาหารของโอเรียนเต็ล แล้วก็ไปเรียนต่อที่ สถาบัน DCT ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ (ปัจจุบันอยู่ในเครือ César Ritz Colleges) หลังจากจบแล้วเป็นฟรีแลนซ์รับออกแบบระบบในครัว ทำเมนูอาหาร แล้วก็สอนเด็กๆ ทำอาหารที่โรงเรียนอนุบาลเชาว์ดีด้วย ทำงานนี้มาประมาณ 6-7 ปีแล้วครับ”

ซึ่งเมื่อถามถึงความสุขจากการเลือกทำอาชีพนี้ เชฟป๊อยบอกว่า “การได้ทำสิ่งที่เรารัก ได้ปรุงอาหารออกไป แล้วคนกินอาหารมีความสุข แค่นี้ผมก็มีความสุขแล้วครับ”

_DSC2501-2
ผนังห้องครัวกรุด้วยกระเบื้อง อยู่ในงบประมาณที่คุณป๊อยพอใจ และยังมีดีไซน์เรียบเท่ เป็นไปตามที่ต้องการ

“ผมต้องใช้ครัวสำหรับทำงานและเตรียมของ เลยอยากได้ห้องครัวที่ใหญ่หน่อย เซอร์เวย์สถานที่อยู่หลายแห่ง จนสุดท้ายมาเจอห้องในคอนโดฯ นี้ ซึ่งเป็นตึกที่ผมอยู่มาตั้งแต่เด็ก หลังย้ายจากพิจิตรเข้ามากรุงเทพฯ เพราะรู้สึกคุ้นเคย เลยคิดว่าที่นี่แหละเหมาะที่สุดแล้ว”

เมื่อคุณป๊อยตัดสินใจซื้อคอนโดมิเนียมเก่าแห่งนี้จึงต้องมีการปรับปรุงและซ่อมแซมพื้นที่ภายในใหม่ทั้งหมด โดยกำหนดธีมห้องให้เป็นสไตล์ลอฟต์ร่วมกับคุณต้นอ้อ ซึ่งเป็นสถาปนิกจาก Fattstudioแปลงโฉมห้องสองชั้น (Duplex) เดิม ที่มีชั้นสองเต็มพื้นที่ให้กลายเป็นห้องแบบชั้นครึ่ง ด้วยการเอาส่วนที่เคยเป็นชั้นสองออกไปครึ่งหนึ่ง เพื่อเปิดสเปซชั้นล่างให้เกิดเป็นโถงบันไดสูงแบบ Double Height แล้วเปลี่ยนผนังของพื้นที่ว่างส่วนนี้ให้กลายเป็นหน้าต่างกระจก ช่วยเพิ่มแสงสว่างให้ห้องทำให้แทบไม่ต้องเปิดไฟในเวลากลางวัน สร้างความรู้สึกโปร่งโล่งและมีบรรยากาศคล้ายอยู่บ้านมากกว่าคอนโด

_TON1830
เปลี่ยนผนังทึบให้เป็นช่องกระจก ตั้งแต่ชั้น 1 ขึ้นถึงชั้น 2 ได้แสงธรรมชาติส่องถึงภายในห้อง

_DSC2548-2
ออกแบบที่นั่งยาวแบบติดผนังด้วยการก่อปูน ช่วยให้ห้องนั่งเล่นมีบรรยากาศสบายๆ เหมาะสำหรับการต้อนรับแขกที่ไม่เป็นทางการ 

เชฟป๊อยเล่าถึงจุดเริ่มต้นในการตกแต่งห้องนี้ว่า “โจทย์ที่ผมให้กับสถาปนิกก็คือ เพียงแค่ต้องการได้ห้องเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยกันกับคุณแม่สองคน (คุณมาลิน ลิขิตพรสวรรค์) เท่านั้น ส่วนสีธีมหลักที่ชอบ เป็นสีทองหรือสีทองแดง แต่ปัญหาอยู่ที่การนำสีพวกนี้มาใช้ ค่าใช้จ่ายสูงเหลือเกิน เลยต้องเปลี่ยนดีไซน์ให้เป็นปูนเปลือยและไม้แทน พอเรากำหนดสไตล์ได้แล้ว ผนังห้องเลยต้องเป็นปูนเปลือย แต่ปัญหามีอยู่ว่าวิธีนี้ ถ้าทำเป็นผนังแบบทีเดียวทั้งแผ่น แล้วมันเกิดแตกหรือร้าวขึ้นมา การแก้ต้องแก้ทั้งผืน ทางคุณต้นอ้อ จึงแนะนำว่า ให้ทำปูนเป็นแพตเทิร์นของผนังขึ้นมาก่อน จากนั้นแบ่งช่องทำลวดลาย แล้วปูลงบนผนัง แบบนี้ถ้ามีปัญหา เราก็แค่เปลี่ยนเป็นแผ่นๆ ไป ซึ่งสะดวกกว่ามาก”

_TON1861
ดีไซน์หน้าต่างกว้างช่วยให้อากาศไหลเวียนได้ดี และระบายกลิ่นได้มากกว่าการใช้เครื่องดูดควันเพียงอย่างเดียว

_DSC2546-2
ติดตั้งปลั๊กไฟไว้ใต้โต๊ะรับประทานอาหาร เพิ่มความสะดวกมากยิ่งขึ้น เช่น ใช้สำหรับหม้อสุกี้ ปิ้งย่าง เป็นต้น

“หลังจากดีไซน์หลักๆ แล้วก็เป็นเรื่องของการลงรายละเอียด  ผมทำงานเกี่ยวกับอาหารต้องใช้ห้องครัวทำงาน ใช้เตรียมของ และทดสอบรสชาติ ส่วนนี้จึงถือเป็นส่วนสำคัญที่สุดของห้อง ดังนั้นจุดหลักของผมคือห้องครัวต้องใหญ่ หมายถึง ใหญ่ที่สุดเท่าที่จะทำได้บนพื้นที่ที่มี และมีตู้จัดเก็บเยอะสำหรับเก็บอุปกรณ์บางอย่าง เช่น เครื่องสไลด์ หม้อแรงดัน”  จากความต้องการทั้งหมด บวกกับความเหมาะสมของพื้นที่ สถาปนิกจึงวางแปลนชุดครัวเป็นรูปตัว L มีการใช้งานแบบเรียงเป็นแถว ติดตั้งตู้ผนังสองด้านต่อเนื่องกัน โดยเพิ่มฟังก์ชันพื้นที่ส่วนมุมให้ใช้งานได้อย่างคุ้มค่า

_DSC2500-2
หน้าบานเรียบซ่อนมือจับ ทำความสะอาดง่าย ให้ความรู้สึกสบายตา

_DSC2514-2

การจัดวางตำแหน่งฟังก์ชันต่างๆ ในห้องครัวล้วนมาจากการใช้งานจริง สนองความต้องการให้กับผู้ใช้สามารถทำงานได้อย่างสะดวกคล่องตัว ไม่ว่าจะเป็นส่วนเก็บอาหาร ส่วนเตรียม ส่วนล้างทำความสะอาด และส่วนปรุงอาหาร ออกแบบชุดครัวสีขาวซ่อนมือจับเพราะต้องการให้หน้าบานดูสวยเรียบเสมอกัน ป้องกันการเดินชนระหว่างทำอาหาร ส่วนวัสดุกรุทอปเลือกใช้สเตนเลสซึ่งเป็นวัสดุที่เชฟป๊อยคุ้นเคยจากการทำงานในร้านอาหารและโรงแรม ซึ่งมีข้อดีคือทนทานและสามารถดูแลรักษาได้ง่าย

_TON1878
ชั้นเก็บของเหนือเคาน์เตอร์ หน้าบานเป็นสีขาวเรียบ ยาวตลอดแนวชุดครัว ช่วยเพิ่มทั้งความสอดคล้องเรื่องดีไซน์และพื้นที่เก็บของ

_DSC2502-2
เลือกใช้ก๊อกซิงก์ผสม พร้อมหัวสเปรย์และหัวก็อกหมุนได้เพื่อใช้งานล้างต่างประเภทกัน 

_TON1743
ใช้การซ่อนไฟ LED ไว้หลังตู้แขวน ช่วยให้ความสว่างโดยไม่มีหลอดไฟรบกวนสายตา

นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการจัดวางพื้นที่ให้ใช้งานได้อย่างคล่องตัว ระหว่างห้องนั่งเล่น ส่วนรับประทานอาหาร และห้องครัว สามารถเชื่อมโยงถึงกันได้ โดยไม่สร้างความรู้สึกแบ่งแยกหรือตัดขาดจากกัน นั่นคือพื้นที่ทำอาหารของเชฟป๊อยและพื้นที่นั่งดูโทรทัศน์ของคุณแม่ ทำให้ทั้งสองคนมีกิจกรรมของตัวเองได้อย่างอิสระ แต่ก็ยังคงใกล้ชิด พูดคุยและใช้เวลาไปได้พร้อมๆ กัน

_TON1854
เนื่องจากพื้นที่ไม่ใหญ่มาก ดังนั้นการรวมสเปซระหว่างห้องนั่งเล่นและห้องครัวให้อยู่ด้วยกัน ทำให้ได้พื้นที่ขนาดใหญ่ ดูแล้วไม่อึดอัด

_TON1824
โต๊ะไม้ตัวใหญ่ทำจากไม้เก่าของที่บ้านจังหวัดพิจิตร ให้ความรู้สึกอบอุ่น และสามารถใช้งานได้หลากหลายฟังก์ชัน

ด้วยความลงตัวของการจัดวางและพื้นที่ใช้งาน ทั้งส่วนห้องครัว ส่วนอยู่อาศัย ทำให้ห้องขนาดกำลังพอเหมาะแห่งนี้ ทำหน้าที่มากกว่าที่อยู่อาศัย แต่ยังสะท้อนถึงงานที่รักและตัวตนของผู้เป็นเจ้าของได้เป็นอย่างดี ดังที่เชฟป๊อยบอกว่า “นี่แหละคือโมเดิร์นในแบบของผม”

_DSC2485-2

บทความจากคอลัมน์ “ Kitchen Series” นิตยสาร @Kitchen ฉบับที่ 123 ประจำเดือนพฤศจิกายน 2559