feature

เคล็ด (ไม่) ลับเรื่องการระบายอากาศในห้องครัว (ต่อเติม)

สำหรับคนที่อยู่บ้านจัดสรรหรือทาวน์โฮมที่กำลังวางแผนต่อเติมห้องครัว หนึ่งสิ่งที่ต้องคำนึงนอกเหนือจากเรื่องของพื้นที่และฟังก์ชันต่างๆ ภายในครัวคือเรื่องของการระบายอากาศ เพราะเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้องครัวไทยต่อเติมแบบปิดที่เน้นการทำอาหารหนัก ใช้งานบ่อยครั้ง

_DSC2660

โดยปกติแล้วเรามักจะสร้างครัวต่อเติมครัวแบบปิดบริเวณพื้นที่หลังบ้านหรือบริเวณข้างบ้าน ซึ่งตามกฎหมายแล้วกำหนดไว้ว่าต้องสร้างให้ห่างจากแนวรั้วบ้านในระยะ 50 เซนติเมตร และบังคับให้ผนังด้านนั้นต้องปิดทึบปราศจากช่องลมหรือช่องระบายอากาศ ทำให้เกิดปัญหาในเรื่องกลิ่นควันและการระบายอากาศที่เหมาะสม

_DSC2373

ระบายอากาศด้วยวิธีธรรมชาติ
วิธีการระบายอากาศในห้องครัวสามารถทำได้หลากหลายวิธี เริ่มตั้งแต่ การระบายอากาศด้วยวิธีธรรมชาติ คือ การสร้างหลังคาแบบ 2 ชั้นซ้อนกัน เพื่อเว้นช่องว่างให้เกิดช่องลม หรือออกแบบหลังคาห้องครัวให้สูงขึ้น โดยอาจติดลูกหมุนเพิ่มด้วยจะช่วยให้ความร้อนที่ลอยตัวอยู่สามารถระบายได้ง่ายขึ้น

รวมถึงการเลือกติดตั้งหน้าต่างในห้องครัว โดยเฉพาะห้องครัวที่เป็นผนังทึบซึ่งจะเกิดปัญหาเรื่องอับชื้นได้ง่าย โดยเลือกติดตั้งหน้าต่างบานกระจกสไลด์ให้ครอบคลุมบริเวณผนังเหนือเคาน์เตอร์ โดยเฉพาะโซนอ่างล้างจาน ก็จะยิ่งส่งผลดีในเรื่องของการเพิ่มแสงสว่างให้ส่องเข้ามาภายในห้องครัว ช่วยลดการอับชื้น และยังทำให้เราสามารถมองเห็นวิวด้านนอก เพิ่มบรรยากาศในการทำครัวได้ดียิ่งขึ้น

_DSC4913

_BEE4803

ระบายอากาศด้วยการติดตั้งอุปกรณ์ระบายอากาศ
สำหรับห้องครัวปิดที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก และไม่สามารถสร้างผนังยกสูง มักจะแก้ไขด้วย การติดตั้งพัดลมระบายอากาศ (พัดลมดูดอากาศ) เพิ่มบริเวณเหนือเตา ควบคู่ไปกับการติดตั้งหน้าต่างระบายอากาศ เพื่อช่วยลดกลิ่นควัน และยังช่วยทำให้ห้องครัวเย็นเร็วขึ้นด้วย ซึ่งพัดลมระบายอากาศมีทั้งแบบติดผนัง, แบบติดกระจก, แบบติดฝ้า (ต่อท่อและไม่ต่อท่อ)

และถ้าหากว่าเราเข้าครัวทำอาหารจนเกิดควันอบอวลในห้องครัวบ่อยครั้ง เพื่อเพิ่มพลังในการระบายอากาศและป้องกันกลิ่นที่อาจจะไปก่อกวนเพื่อนบ้าน ควรเลือกติดตั้งเครื่องดูดควันซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่จะช่วยลดปริมาณควัน หรือกลิ่นในห้องครัวได้ดีมากยิ่งขึ้น

_BEE3684

เครื่องดูดควันในท้องตลาดนั้นสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทตามระบบการทำงาน ได้แก่ เครื่องดูดควันแบบต่อท่อออก (Duct-Out) เป็นวิธีที่นิยมเพราะสามารถดูดกลิ่นภายในบ้านให้ออกไปด้านนอกผ่านท่อ และเครื่องดูดควันแบบหมุนเวียน (Recirculating) เป็นระบบดูดควันที่อาศัยการกรองกลิ่นและควันด้วยระบบฟิลเตอร์และแผ่นคาร์บอน โดยจะกรองออกมาเป็นอากาศหมุนเวียนในห้องไปเรื่อยๆ นอกจากนั้นยังมีหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับดีไซน์ความชอบ แปลนครัว และการใช้งาน ได้แก่

Island Hood
เครื่องดูดควันติดตั้งบริเวณเหนือไอส์แลนด์กลางห้อง ส่วนมากจะเป็นห้องครัวที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ เน้นปรุงอาหารบริเวณไอส์แลนด์

Chimney Hood
เครื่องดูดควันแบบติดผนัง นิยมใช้กับห้องครัวที่มีส่วนปรุงอยู่บริเวณเคาน์เตอร์ สามารถออกแบบให้มีความสวยงามกลมกลืนไปกับชุดครัวได้

_DSC8728

Slimline Hood
เป็นเครื่องดูดควันที่เหมาะสำหรับห้องที่มีพื้นที่ไม่ใหญ่มาก เน้นการทำอาหารง่ายๆ นิยมใช้ในคอนโดหรืออพาร์ตเมนต์ จุดเด่นของเครื่องดูดควันชนิดนี้คือดีไซน์สวยงาม บางเบา ออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งส่วนเดียวกับชุดครัวได้ง่าย

Downdraft Hood
เป็นเครื่องดูดควันแบบฝัง  โดดเด่นในเรื่องของดีไซน์ที่มีขนาดเล็ก สวยงาม กลมกลืนไปกับไอส์แลนด์ ออกแบบให้มีความแนบเนียนกับชุดครัว ประหยัดพื้นที่บริเวณเตาปรุงอาหารได้โดยตรง ทำให้ได้รับความนิยมกับห้องครัวสมัยใหม่

_NIK8183

อย่างไรก็ตามการเลือกติดตั้งเครื่องดูดควันหรือพัดลมระบายอากาศ ควรคำนึงถึงไลฟ์สไตล์การเข้าครัวของเราให้ดีว่าใช้งานบ่อยและคุ้มค่าแค่ไหน รวมถึงการกำหนดจุดติดตั้ง และคำนึงถึงขนาดพื้นที่ของห้องครัวเราด้วยว่าควรติดตั้งในรูปแบบใดเพื่อให้เกิดการระบายอากาศได้ดีที่สุด ซึ่งจะทำให้ครัวของเราเป็นครัวที่น่าใช้งาน หมดกังวลเรื่องกลิ่น และระบายความร้อนได้ดี