atkitchenmag48888

6 ทริคแต่งครัวเบเกอรี่ให้ออกมาคุ้มค่าน่าใช้งาน


กว่าจะออกมาเป็นเบเกอรี่ชิ้นเล็กน่ารักสักชิ้น เบื้องหลังที่น่าสนใจนอกจากฝีมือของคนทำแล้ว คือความใส่ใจในการออกแบบ “ห้องครัว” ที่ดีนั่นเอง วันนี้ @Kitchen ขอนำเสนอไอเดียแต่งครัวสำหรับคนรักการทำขนม รับรองว่าจะช่วยเปลี่ยนบรรยากาศการทำขนมของเพื่อนๆ ให้ออกมาน่าใช้งานและคุ้มค่ามากขึ้นกว่าเดิมแน่นอน

atkitchenmag.84

1.จัดสรรพื้นที่ยังไงให้คุ้มค่า
ถึงแม้ว่าพื้นที่ครัวจะค่อนข้างเล็ก เราก็สามารถจัดวางครัวสำหรับทำเบเกอรี่ได้อย่างคุ้มค่า ด้วยการออกแแปลนครัวที่เหมาะสมกับขนาดพื้นที่ ส่วนมากนิยมใช้รูปแบบแปลนครัวแนวตรงรูปตัว I วางเคาน์เตอร์ให้ชิดกับผนังด้านใดด้านหนึ่งของห้อง ใส่ฟังก์ชันให้ต่อเนื่องกัน ทั้งส่วนปรุง ส่วนล้างและเลือกวางไอส์แลนด์ไว้ตรงกลางเพื่อใช้เป็นส่วนเตรียมวัตถุดิบ เพราะการทำขนมต้องการพื้นที่ในการเตรียม และวางอุปกรณ์ต่างๆ ค่อนข้างเยอะ

atkitchenmag.8888

2.เลือกไอส์แลนด์ให้ตอบโจทย์
  ข้อสำคัญในการเลือกไอส์แลนด์ให้เหมาะกับครัวทำขนม คือความคงทนแข็งแรง อาจจะเลือกใช้ชุดครัวที่เป็นทอปสเตนเลส ที่ให้ทั้งความสวยงาม ง่ายต่อการทำความสะอาด ส่วนใครที่มีอุปกรณ์ทำขนมค่อนข้างเยอะ แนะนำให้เลือกไอส์แลนด์ที่มีฟังก์ชันจัดเก็บเยอะพอสมควร ด้านในควรมีทั้งตู้ และลิ้นชัก เพื่อจัดเก็บและแบ่งแยกหมวดหมู่ของอุปกรณ์ขนาดเล็กและใหญ่ เช่น แม่พิมพ์, ที่ร่อนแป้ง , หม้อและกะทะ หรือแม้กระทั่งบริเวณรอบนอกไอส์แลนด์ ควรเลือกแบบมีช่องสำหรับวางอุปกรณ์ไว้ด้วย เพื่อช่วยเพิ่มความคุ้มค่าในการใช้งานมากขึ้น

atkitchenmag44

3.เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวก็ได้
หากขนาดห้องครัวไม่ใหญ่มาก เจ้าของห้องครัวสามารถเลือกใช้โต๊ะไม้แบบลอยตัว แทนการใช้ไอส์แลนด์ขนาดใหญ่ ซึ่งจะทำให้ห้องครัวดูโปร่ง ไม่อึดอัด ข้อดีของการใช้โต๊ะแทนไอส์แลนด์คือเราสามารถเคลื่อนย้ายได้อิสระตามความต้องการ ปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ จะใช้เป็นไอส์แลนด์สำหรับตรียมวัตถุดิบ หรือใช้เป็นพื้นที่สำหรับนั่งตกแต่งขนมก็ได้ ส่วนเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ เช่นชั้นวางของ เราสามารถเลือกชั้นวางแบบมีล้อสำหรับใส่อุปกรณ์แทนที่จะใช้ชั้นวางขนาดใหญ่ ดูน่ารัก แถมเคลื่อนย้ายได้สะดวกอีกด้วย

atkitchenmag

4.ฟังก์ชันจัดเก็บต้องพร้อม
             ขึ้นชื่อว่าเป็นห้องครัวทำขนม เรื่องการจัดเก็บเรียกได้ว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องคิดเผื่อไว้ถึงอนาคตด้วย โดยเฉพาะคนที่มีอุปกรณ์และเครื่องไม้เครื่องไม้หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ อย่างเตาอบ ต้องคำนึงถึงพื้นที่สำหรับจัดวาง อาจจะวางให้อยู่ในตำแหน่งด้านล่างเตา หรือจัดวางให้อยู่ข้างกับเคาน์เตอร์ครัว

ส่วนอุปกรณ์อื่นๆ เช่น หม้อต้ม , เครื่องตีไข่ ควรกำหนดช่องจัดเก็บบริเวณใต้เคาน์เตอร์ให้เป็นระเบียบ  ส่วนเครื่องปรุงหรือวัตถุดิบที่หยิบใช้งานบ่อย อาจทำราวแขวนไว้บนผนัง หรือทำชั้นแบบโปร่งไว้บนผนังเคาน์เตอร์ เพื่อให้มองเห็นง่าย ต้องการหยิบใช้เมื่อไหร่ก็ทำได้เลย และที่สำคัญคือทำให้เราทราบสต๊อกวัตถุดิบของเราว่าเพียงพอสำหรับใช้งานในวันข้างหน้าหรือไม่อีกด้วย

atkitchenmag.8888455

5.อุณหภูมิที่เหมาะสมเป็นเรื่องสำคัญ
อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรกๆ คือเรื่องของอุณภูมิห้องในการทำขนม เพราะวัตถุดิบที่ใช้ในการสร้างสรรค์ขนม อย่าง ครีม ชีส เนย อาจจะอยู่ได้ไม่นาน หรือเสียรูปได้ง่ายๆ หากอยู่ในอุณภูมิที่สูงเกินไป ส่วนใหญ่ครัวทำขนมจะออกแบบให้เป็นห้องครัวแบบปิด ติดตั้งประตูเพื่อใช้งานได้เป็นสัดส่วน พร้อมกับติดแอร์คอนดิชั่นเพื่อรักษาอุณหภูมิของห้องขณะทำขนม และเพื่อเป็นการรักษาคุณภาพของวัตถุดิบที่เราทำไว้แล้วอีกด้วย

atkitchenmag.88855'

6.การติดตั้งแสงสว่างในห้องครัว
นิยมติดตั้งโคมไฟระย้าไว้บริเวณกลางห้อง หรือเหนือไอส์แลนด์ เพราะเป็นพื้นที่ๆ เราใช้เตรียมวัตถุดิบ และใช้งานบ่อยซึ่งต้องอาศัยความสว่างที่พอเหมาะ นอกจากนั้นสำหรับคนที่ไม่ชอบแสงสีเหลืองจากดาวไลท์ หรือไฟจากหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ อาจจะเลือกการติดตั้งประตูหน้าต่างบานกระจกขนาดใหญ่ เพื่อให้แสงธรรมชาติส่องถึง จะทำให้เรารู้สึกสบายตาและเพลิดเพลินรับวิวด้านนอกขณะกำลังทำขนม และยังช่วยในเรื่องของการระบายอากาศในยามที่เราทำขนมที่มีกลิ่นแรงได้ด้วย

เรื่อง : Butsakon Numcharoen
แฟ้มภาพ @Kitchen