feature 1

Cast Iron กระทะ หม้อ เหล็กหล่อใช้ยังไง ตามไปดูให้รู้เลย

ถ้าคุณกำลังมองหาอุปกรณ์ทำอาหารที่เน้นเรื่องความแข็งแรง ทนทาน ไม่พังง่ายๆอยู่ละก็ขอเสนอให้คุณๆลองพิจารณาเครื่องครัวในกลุ่มที่เรียกว่า Cast iron กระทะหรือหม้อเหล็กหล่อที่มั่นใจได้เลยว่ามันสามารถรับใช้คุณไปได้จนถึงรุ่นลูกหรือรุ่นหลานเลย แต่ขอเตือนว่าน้ำหนักจะส่วนทางกับขนาดอย่างมาก เพราะชื่อก็บอกแล้วว่าทำจากเหล็ก (ใช้ไปนานๆจะมีกล้ามเนื้อต้นแขนได้โดยไม่ต้องไปยิม ฮ่าๆ) แต่มีข้อเด่นคือ การกระจายและ คงระดับความร้อนในระหว่างทำอาหารได้เป็นอย่างดี

Cast Iron แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่

Bare Cast Iron แบบดั้งเดิมเป็นสีดำสนิททั้งใบ โดยเริ่มแรกเลยนั้นการผลิตจะทำโดยเทเหล็กหลอมลงในแม่พิมพ์ที่ทำมาจากดินรอให้แข็งตัวแล้วเคาะออกมา และหม้อเหล็กหล่อที่ผลิตในช่วงก่อนปี 70s นั้นมีลักษณะเป็นหม้อ 3 ขา สำหรับเอาไว้วางบนกองไฟ

ส่วนกระทะเหล็กหล่อนั้นรูปทรงไม่ต่างไปจากกระทะที่เราใช้อยู่ในปัจจุบัน เป็นกระทะก้นแบน ด้ามยาว(มีหรือไม่มีหูจับ) ขอบกระทะจะมีความสูงแตกต่างกัน บางชุดมีฝาคู่กัน มีคุณสมบัติเด่นทนต่อความร้อนได้สูง ไปทอดเนื้อให้ด้านนอกเกรียม แล้วนำเข้าเตาอบต่อให้สุกได้เลยโดยไม่ต้องเปลี่ยนภาชนะ หรือจะใช้การอบขนมปังอย่าง cornbread หรือ upside down cake ก็ไม่มีปัญหา

แต่ถ้าใช้ไปนานๆ เจ้าหม้อและกระทะพวกนี้จะเกิดอาการ develop an extremely “non-stick” surface หรืออาหารที่ทอดไม่ติดผิวกระทะแบบเดียวกับอุปกรณ์เทฟรอนนั้นเองซึ่งคาดว่าเกิดจากน้ำมันที่เคลือบอยู่บนผิวกระทะที่ใช้มาเป็นเวลานั่นเอง

_DSC3422

แบบที่สอง Enameled Cast Iron ในปัจจุบันเป็นที่นิยมกว่าแบบแรกเพราะความสวยงามของตัวอุปกรณ์มีการเคลือบ enamel glaze ทำให้พื้นผิวมีความมันวาวยังมีการเพิ่มเม็ดสีลงไปในการผสมสารที่ใช้เคลือบทำให้ได้สีเคลือบที่มีสีสันสดใส (เห็นบ่อยๆคือสีแดง เหลือ และสีน้ำเงิน) ช่วยป้องกันการเกิดสนิม ข้อนี้คุณไม่ต้องกังวลเรื่องทาน้ำมันเพื่อกันสนิม รวมไปถึงการทำความสะอาดก็จะง่ายขึ้น

แต่ยังมีข้อเสียในการใช้เพราะอุปกรณ์เหล็กหล่อที่เคลือบสีแบบนี้สามารถหลุดล่อนออกมาได้ หรือถ้าเทียบในเรื่องความทนทานต่อความร้อน Enameled Cast Iron จะทนความร้อนได้น้อยกว่าแบบแรกแต่ก็ไม่มีปัญหาในการใช้ทอดหรืออบอาหาร

_MIN8105

แต่อุปกรณ์เหล็กหล่อนี้ก็ต้องการดูแลรักษาอย่างเหมาะสมเพราะปัญหาสนิมจากความชื้น เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่เจอบ่อยๆ วิธีป้องกันก็คือการเคลือบด้วยไขมันนั้นเอง สำหรับการดูแลก็ไม่ยากอย่างที่คิด

1.ควรล้างทำความสะอาดด้วยน้ำร้อน ผสมกับน้ำยาล้างจานอย่างอ่อนเพราะจะช่วยให้ล้างคราบอาหารออกได้ง่ายกว่าและ น้ำร้อนจะไปเพิ่มอุณหภูมิของกระทะที่ช่วยให้น้ำระเหยได้เร็วขึ้น

2.ไม่ควรใช้ฝอยขัดหม้อขัดเพราะจะทำให้ coatingที่เกิดจากการใช้งานมานานหายไปได้ถ้ากระทะมีคราบอาหารติดแน่นให้นำไปแช่น้ำร้อนผสมน้ำยาล้างจานอย่างอ่อน ทิ้งไว้แล้วค่อยทำความสะอาดทีหลัง

3.ควรใช้ผ้าสะอาดเช็ดอุปกรณ์ให้แห้งสนิทหลังจากล้างแล้วจะดีกว่าการวางผึ่งลมให้แห้งเพราะอาจเสี่ยงกับการขึ้นสนิมได้

4.หลังจากล้างทำความสะอาดแล้วสามารถนำกระทะ หรือหม้อไปอบในเตาอบประมาณ 10 -15 นาทีจะช่วยให้น้ำที่ติดอยู่ระเหยออกไปจนหมด

5.ควรทาอุปกรณ์ด้วยไขมันพืช หรือ น้ำมันโดยทาไขมันให้ทั่วและใช้กระดาษทิชชูเช็ดซ้ำเพื่อเช็ดไขมันส่วนเกินออกไป

6.ควรเก็บอุปกรณ์ Cast Iron ในที่แห้ง และถ้าหม้อหรือกระทะใบนั้นมีฝาให้วางกระดาษทิชชูแบบหนา (paper towel)คั่นไว้เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้

บทความจากคอลัมน์ “ Utensil & Tool” นิตยสาร @Kitchen ฉบับที่ 59  เดือนกรกฎาคม 2554